Samsung ยืนยันไม่แยกธุรกิจ Foundry และ System LSI แม้เจอแรงกดดันจากผลขาดทุน
Samsung Electronics ยืนยันว่าจะไม่แยกธุรกิจ Foundry และ System LSI ออกมา แม้จะมีความกังวลจากนักวิเคราะห์เกี่ยวกับผลประกอบการที่ย่ำแย่ โดยก่อนหน้านี้ Samsung Securities เสนอว่า Samsung ควรแยกหน่วยธุรกิจนี้และนำไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการขาดทุนจากธุรกิจที่มีผลประกอบการต่ำ แต่ Jay Y. Lee ประธานของ Samsung ยืนยันว่าไม่มีแผนจะทำเช่นนั้น และยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตธุรกิจในระยะยาว

ธุรกิจ Foundry ของ Samsung ประสบปัญหาจากการสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ เช่น Apple และ Nvidia ที่หันไปใช้บริการของคู่แข่งอย่าง TSMC ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ในขณะที่ Samsung มีเพียง 11.5% นอกจากนี้ โรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในเท็กซัสที่มีกำหนดเปิดตัวในปลายปี 2024 ก็ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2026 เนื่องจากปัญหาด้านผลผลิตต่ำ
แม้จะมีปัญหาทางธุรกิจ แต่ Samsung ยังคงเดินหน้าลงทุนในโรงงานผลิตชิปทั้งในเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับ TSMC ได้ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม ปัญหาผลผลิตชิป Exynos 2500 ที่มีประสิทธิภาพต่ำ อาจส่งผลให้ Galaxy S25 ต้องใช้ชิป Snapdragon 8 Elite ในทุกรุ่นทั่วโลก ซึ่งจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ แต่จะสร้างความยากลำบากให้กับ Samsung ในการตามให้ทันคู่แข่งอย่าง TSMC
Foundry คือหน่วยธุรกิจที่ทำการผลิตชิปให้กับลูกค้าตามสัญญา (contract manufacturing) โดยไม่มีการออกแบบชิปเอง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ออกแบบชิปแล้วส่งแบบให้โรงงานผลิต อย่างเช่น Apple, Nvidia หรือ Qualcomm ธุรกิจนี้สำคัญมากสำหรับบริษัทเทคโนโลยี เพราะชิปเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท เช่น สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์ แต่ในกรณีของ Samsung Foundry ยังไม่สามารถแย่งตลาดจากคู่แข่งหลักอย่าง TSMC ได้มากนัก
System LSI (Large Scale Integration) คือหน่วยธุรกิจที่มุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาชิปตรรกะหรือหน่วยประมวลผล เช่น ชิป Exynos ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน โดย System LSI ออกแบบชิปที่มีหน้าที่การประมวลผลข้อมูลและการเชื่อมต่อสื่อสารในอุปกรณ์ดิจิทัล ธุรกิจนี้เป็นส่วนสำคัญในความพยายามของ Samsung ที่จะลดการพึ่งพาธุรกิจหน่วยความจำและเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดการออกแบบชิป
ที่มา – sammobile.com
Leave a Reply