ศาลเขตแคลิฟอร์เนียได้ออกคำสั่งเบื้องต้นให้ Automattic คืนสิทธิ์การเข้าถึง WordPress.org ให้กับ WP Engine เพื่อรักษาสถานะเดิมระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณา
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2024 ศาลเขตแคลิฟอร์เนียได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (preliminary injunction) ให้ Automattic และ Matt Mullenweg ผู้ร่วมก่อตั้ง WordPress คืนสิทธิ์การเข้าถึง WordPress.org และสิทธิ์การควบคุมปลั๊กอิน Advanced Custom Fields (ACF) ให้กับ WP Engine เพื่อรักษาสถานะเดิมระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณา
คำสั่งศาล
ผู้พิพากษา Araceli Martinez-Olguin ได้ออกคำสั่งเบื้องต้นให้ Automattic คืนสิทธิ์การเข้าถึง WordPress.org และสิทธิ์การควบคุมปลั๊กอิน ACF ให้ WP Engine ภายใน 72 ชั่วโมง คำสั่งดังกล่าวยังรวมถึง
- การลบไฟล์ domains.csv ที่ Automattic เผยแพร่ข้อมูลลูกค้าของ WP Engine บนเว็บไซต์ WordPressenginetracker.com
- การยกเลิกฟีเจอร์ที่เพิ่มในหน้าเข้าสู่ระบบ WordPress.org ซึ่งบังคับให้ผู้พัฒนาระบุความเกี่ยวข้องกับ WP Engine
คำสั่งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาสถานะเดิม (status quo) ในระหว่างที่คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา
ข้อพิพาทระหว่าง WP Engine และ Automattic
ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2024 เมื่อ Automattic ประกาศแบน WP Engine ไม่ให้เข้าถึง WordPress.org โดยในวันที่ 1 ตุลาคม ถือเป็นการแบนแบบถาวร ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและอัปเดตปลั๊กอินของ WP Engine บนแพลตฟอร์ม WP Engine ได้ยื่นคำร้องต่อศาลโดยอ้างว่าการแบนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเสถียรภาพของระบบนิเวศของ WordPress
ความเห็นจากทั้งสองฝ่าย
- WP Engine: กล่าวขอบคุณศาลสำหรับคำสั่งครั้งนี้ โดยระบุว่าจะช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพและความปลอดภัยให้กับระบบนิเวศของ WordPress
- Automattic: ระบุว่าคำสั่งนี้เป็นเพียงการรักษาสถานะเดิมชั่วคราว และบริษัทเตรียมยื่นคำร้องเพิ่มเติมและฟ้องกลับ WP Engine
ข้อพิพาทนี้ได้สร้างคำถามเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สและบทบาทของผู้มีส่วนร่วมในชุมชน WordPress โดย Mullenweg เคยกล่าวหา WP Engine ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมเพียงพอในการพัฒนา WordPress ในเชิงเทคนิค คำสั่งศาลครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง Automattic และ WP Engine รวมถึงการกำหนดแนวทางในอนาคตสำหรับชุมชน WordPress ที่เน้นการทำงานร่วมกันในฐานะซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส
คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้ไม่ได้สะท้อนผลคำตัดสินสุดท้ายของคดี แต่เป็นการรักษาสถานะปัจจุบันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ทั้งสองฝ่ายยังคงมีโอกาสนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมในขั้นตอนการพิจารณาคดีในอนาคต ข้อพิพาทนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของการบริหารระบบโอเพ่นซอร์ส และอาจเป็นตัวกำหนดแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน WordPress และบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในระบบนี้ต่อไปในอนาคต
ที่มา – techcrunch.com
Tineline คร่าวๆระหว่าง Automattic และ WP Engine
- 20 กันยายน 2024: Matt Mullenweg ผู้ร่วมก่อตั้ง WordPress กล่าวในงานอีเวนต์ว่า WP Engine เป็น “มะเร็งของ WordPress” โดยวิจารณ์ว่าบริษัทใช้ประโยชน์จาก WordPress แต่ไม่สนับสนุนชุมชนโอเพ่นซอร์สอย่างเพียงพอ
- 25 กันยายน 2024: Automattic ประกาศแบน WP Engine ไม่ให้เข้าถึง WordPress.org ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับอัปเดตปลั๊กอินและธีม
- 1 ตุลาคม 2024: เป็นการแบนแบบถาวร ส่งผลให้ WP Engine ไม่สามารถอัปเดตปลั๊กอิน Advanced Custom Fields (ACF) ที่ได้รับความนิยมสูง Automattic เข้าควบคุมปลั๊กอินนี้และเปลี่ยนชื่อเป็น Secure Custom Fields (SCF)
- 8 ตุลาคม 2024: Automattic เพิ่มฟีเจอร์ในหน้าเข้าสู่ระบบ WordPress.org โดยกำหนดให้ผู้พัฒนาต้องระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับ WP Engine หรือไม่ (ทั้งทางการเงินหรืออื่น ๆ)
- ช่วงต้นตุลาคม 2024: WP Engine ยื่นฟ้อง Automattic และ Matt Mullenweg โดยกล่าวว่าการแบนดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด และส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
- กลางตุลาคม 2024: พนักงานใน Automattic เริ่มแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการของ Matt Mullenweg หลายคนมองว่าการแบน WP Engine ขัดต่อหลักการโอเพ่นซอร์ส
- ปลายตุลาคม 2024: Automattic ยื่นข้อเสนอลาออกพร้อมค่าชดเชยให้พนักงานที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดการข้อพิพาท ส่งผลให้พนักงาน 159 คน หรือ 8.4% ของบริษัท ตัดสินใจลาออก
- 10 ธันวาคม 2024: ศาลเขตแคลิฟอร์เนียได้ออกคำสั่งเบื้องต้นให้ Automattic คืนสิทธิ์การเข้าถึง WordPress.org ให้ WP Engine พร้อมทั้งคืนการควบคุมปลั๊กอิน ACF และลบไฟล์ domains.csv ที่เผยแพร่ข้อมูลลูกค้าของ WP Engine บนเว็บไซต์ WordPressenginetracker.com เพื่อรักษาสถานะเดิมระหว่างที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณา เป็นการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (preliminary injunction)
Leave a Reply