PromptPay (พร้อมเพย์) คืออะไร

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า “พร้อมเพย์” ในบ้านเราหนาหูพอสมควร หลายคนสงสัยว่าบริการ PromptPay (พร้อมเพย์) คืออะไร และจำเป็นอย่างไร มันดีอย่างไร ใช้งานอย่างไร แน่นอนว่าคำถามหลายสิ่งคงเกิดขึ้นมากมายสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบริการ PromptPay (พร้อมเพย์) กันครับ

เป็นที่ทราบกันว่าบริการ PromptPay (พร้อมเพย์) จะเป็นรูปแบบการเงินรูปแบบใหม่ของประเทศไทย โดนความโดดเด่นของมันที่สือต่างโฆษณากันว่า สามารถโอนเงิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเลขบัญชีธนาคาร ใช้เพียงแค่เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น

PromptPay (พร้อมเพย์) คืออะไร

อย่างที่บอกไปแล้วว่า PromptPay (พร้อมเพย์) คือความสะดวกที่หลายคนต้องการ ที่สามารถโอนเงินได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องยุ่งยาก ใช้เพียงแค่เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น  ความร่วมมือนี้เกิดจากธนาคารเอกชน 15 แห่ง และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Any ID

นอกจากนั้นรูปแบบการโอนเงินยังสามารถโอนผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องไปธนาคารอาทิเช่น ผ่านโทรศัพท์มือถือ ตู้เอทีเอ็ม หรือผ่านอินเทอร์เน็ต

ข้อดีอีกหนึ่งข้อของ PromptPay คือเสียคาธรรมเนียม น้อยมาก ซึ่งหากโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาท จะไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยแบงออกเป็นค่าบริการดังต่อไปนี้

  • โอนเงินไม่เกิน 5,000 บาท ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียบ
  • โอนเงินมากกว่า 5,000-30,000 บาท ค่าธรรมเนียมรายการละไม่เกิน 2 บาท
  • โอนเงินมากกว่า 30,000-100,000 บาท ค่าธรรมเนียมรายการละไม่เกิน 5 บาท
  • โอนเงินมากกว่า 100,000-วงเงินสูงสุดตามแต่ละธนาคารกำหนด ค่าธรรมเนียมรายการละไม่เกิน 10 บาท

จะใช้ PromptPay ต้องทำอย่างไร

PromptPay จะเปิดให้ลงทะเบียนเริ่มต้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 แต่ถ้าธนาคารไหนพร้อมก็ให้เปิดลงทะเบียนได้ (1 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป) โดยผู้ที่จะลงทะเบียนต้องไปลงทะเบียน เพื่อผูกบัญชีไว้กับเบอร์โทรศัพท์และหมายเลขบัตรประชาชน และทำการผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่เราต้องการ โดยการผูกกับบัญชีสามารถเลือกได้ 1 บัญชีเท่านั้น แต่เราสามารถใส่หมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีนั้นๆได้ 3 หมายเลขด้วยกัน

PromptPay ให้บริการเมื่อไหร่

คาดว่าบริการ PromptPay จะเปิดให้บริการประมาณเดือนตุลาคม แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูความคืบหน้าต่างๆเกียวกับบริการนี้อีกหน่อย เพราะดูเหมือนว่าบริการนี้ยังติดๆขัดๆอยู่บ้างจากที่ตามๆข่าวมา

รายละเอียดเพิ่มเติมจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

ฉบับที่31/2559
เรื่องบริการโอนเงินและรับโอนเงินแบบใหม่“พร้อมเพย์–PromptPay”

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวบริการโอนเงินและรับโอนเงินแบบใหม่“พร้อมเพย์–PromptPay”ซึ่งเป็นบริการที่ภาคธนาคารร่วมมือกันพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุน
โครงการระบบการช าระเงินแบบAny IDภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการช าระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของรัฐบาล
พร้อมเพย์เป็นบริการที่จะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถโอนเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้นโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรือ
เลขประจ าตัวประชาชนแทนการระบุเลขที่บัญชีเงินฝากของผู้รับเงินทั้งนี้ในระยะแรกจะเปิดให้บริการโอนเงินระหว่างบุคคลทั่วไปก่อนและสำหรับนิติบุคคลจะเปิดให้บริการในช่วงต่อไปและในอนาคตหน่วยงานภาครัฐจะสามารถโอนเงินสวัสดิการ เงินช่วยเหลือ และเงินคืนภาษีให้กับประชาชนผ่านบริการพร้อมเพย์ด้วย
หากสนใจใช้บริการพร้อมเพย์ ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนเพื่อผูกบัญชีเงินฝากธนาคาร กับหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรือเลขประจำตัวประชาชนที่ต้องการโดยเลือกบัญชีเงินฝากธนาคารที่ต้องการใช้เป็นบัญชีในการรับเงินและแจ้งลงทะเบียนกับธนาคารผ่านช่องทางที่ธนาคารแต่ละแห่งเตรียมไว้ให้บริการ เช่น
เอทีเอ็ม,Internet Banking,Mobile Bankingหรือที่สาขาธนาคารและจัดเตรียมเอกสารประกอบการลงทะเบียนตามที่ธนาคารกำหนดเช่นสมุดบัญชีหรือเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารบัตรประจ าตัวประชาชน โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ต้องการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือเลขประจ าตัวประชาชนหนึ่งหมายเลขจะสามารถใช้ผูกหรือจับคู่กับบัญชีเงินฝากปลายทางได้หนึ่งบัญชีและประชาชนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการผูกบัญชีได้ตลอดเวลา โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดทั้งนี้ธปท. ยึดหลักในการให้บริการของธนาคารโดยค านึงถึงสิทธิของประชาชนที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน สามารถเปลี่ยนแปลงยกเลิกการผูกบัญชีได้ง่าย และสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างอิสระระบบกลางของบริการพร้อมเพย์จะพร้อมให้บริการลงทะเบียนส าหรับทุกธนาคารได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2559เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี ธนาคารที่มีความพร้อมสามารถเปิดให้ลงทะเบียนก่อนก าหนดได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559
บริการพร้อมเพย์ถือเป็นก้าวส าคัญในการพัฒนาบริการชำระเงินของประเทศซึ่งจะช่วยลดการใช้เงินสดเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนมาใช้e-Paymentในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนของระบบการชำระเงินโดยรวมและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศธนาคารแห่งประเทศไทย 15 มิถุนายน255

นี้เป็นข้อมูลที่ผมพยามหามาให้อ่านกัน อย่างไร หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมกว่านี้จะนำมาบอกกันนะครับ

ที่มา – ศคง. 1213, ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

modify: สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

View Comments (1)