Power Supply (แหล่งจ่ายไฟ) คืออุปกรณ์ที่มีหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่าย (เช่น ไฟบ้านหรือแบตเตอรี่) ให้เป็นแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ
หน้าที่หลักของ Power Supply
- แปลงไฟฟ้า: เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากปลั๊กไฟให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งเป็นรูปแบบที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้
- ปรับแรงดันไฟฟ้า: จัดให้แรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับที่อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ เช่น จาก 220V (ไฟบ้าน) เป็น 12V, 5V หรือ 3.3V
- รักษาความเสถียรของกระแสไฟฟ้า: ควบคุมกระแสไฟให้คงที่ ป้องกันปัญหาจากไฟกระชากหรือไฟตก
- ป้องกันอุปกรณ์: มีระบบป้องกันเมื่อเกิดปัญหา เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟเกิน หรือความร้อนเกิน ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
Power Supply มีหลายประเภท เช่น ชนิดที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ (ATX Power Supply) หรือ Adapter ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ
ในบริบท Power Supply ในคอมพิวเตอร์
ในบริบทของคอมพิวเตอร์ Power Supply Unit (PSU) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากปลั๊กไฟบ้านให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น เมนบอร์ด ซีพียู การ์ดจอ ฮาร์ดดิสก์ และพัดลม
หน้าที่หลักของ Power Supply ในคอมพิวเตอร์
- จ่ายไฟให้ส่วนประกอบต่าง ๆ: PSU จะส่งแรงดันไฟฟ้าในระดับที่แตกต่างกันไปยังส่วนประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น 3.3V, 5V และ 12V โดยแรงดัน 12V ใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการกำลังไฟสูง เช่น การ์ดจอและซีพียู
- ควบคุมและป้องกันไฟฟ้า: PSU มีระบบป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน และไฟฟ้าลัดวงจร เพื่อปกป้องส่วนประกอบภายในคอมพิวเตอร์
- รักษาเสถียรภาพของไฟฟ้า: ทำให้กระแสไฟที่ส่งออกมามีความเสถียรและต่อเนื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างราบรื่น
การเลือก PSU ที่มีคุณภาพและกำลังวัตต์เพียงพอจึงสำคัญมาก เพราะจะส่งผลต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์โดยรวม
มาตรฐานการรับรองประสิทธิภาพ
คำว่า 80 PLUS ในบริบทของ Power Supply หมายถึงมาตรฐานการรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Power Supply Unit (PSU) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อบ่งบอกถึงความสามารถในการแปลงพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย PSU ที่ได้รับการรับรอง 80 PLUS จะต้องสามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 80% ขึ้นไปภายใต้การทำงานที่โหลด 20%, 50%, และ 100% ซึ่งหมายความว่าจะสูญเสียพลังงานน้อยกว่า PSU ที่ไม่มีการรับรอง (ตัวอย่างเช่น ถ้า Power Supply ดึงไฟฟ้าเข้าไป 100W จะต้องสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อย่างน้อย 80W ซึ่งหมายความว่าจะมีการสูญเสียพลังงานไม่เกิน 20% หรือ 20W ในกระบวนการแปลงพลังงานไฟฟ้า)
ระดับของการรับรอง 80 PLUS มีทั้งหมด 6 ระดับ
- 80 PLUS Standard: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 80%
- 80 PLUS Bronze: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 82%-85%
- 80 PLUS Silver: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 85%-88%
- 80 PLUS Gold: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 87%-90%
- 80 PLUS Platinum: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 89%-92%
- 80 PLUS Titanium: มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 90%-94%
ประโยชน์ของการเลือก PSU ที่มีการรับรอง 80 PLUS
- ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: ลดการสูญเสียพลังงานเป็นความร้อน ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เงียบและประหยัดพลังงานมากขึ้น
- ความเสถียรในการจ่ายไฟ: PSU ที่มีการรับรอง 80 PLUS มักจะมีคุณภาพที่ดีขึ้นและให้แรงดันไฟฟ้าที่เสถียรมากขึ้น
- อายุการใช้งานยาวนาน: เนื่องจากมีการระบายความร้อนที่ดีกว่า ทำให้ส่วนประกอบภายในมีอายุการใช้งานนานขึ้น
การเลือก PSU ที่มีการรับรอง 80 PLUS จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน