Intel ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Application Optimization (APO) ที่รองรับการเล่นเกมมากถึง 26 เกม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมบนซีพียู Core Ultra 200S และ ซีพียู Gen 14 โดยเฉพาะ ฟีเจอร์นี้จะช่วยปรับแต่งการทำงานของฮาร์ดแวร์ในแบบเรียลไทม์เพื่อให้เกมทำงานได้อย่างลื่นไหลและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
APO คืออะไร และการทำงานร่วมกับ Intel Dynamic Tuning Technology (DTT)
APO หรือ Application Optimization เป็นซอฟต์แวร์ที่ Intel ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและจัดการทรัพยากรของระบบในแบบเรียลไทม์ โดย APO จะทำงานร่วมกับ Intel Dynamic Tuning Technology (Intel DTT) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยปรับปรุงการจัดสรรพลังงาน ประสิทธิภาพ และอุณหภูมิของซีพียู นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Advanced Mode ของ APO จะทำให้เกมสามารถใช้งานซีพียูได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ช่วยให้การทำงานของเกมมีความราบรื่นและลดปัญหาความร้อนเกินของฮาร์ดแวร์
ข้อจำกัดในการใช้งาน APO และ Advanced Mode
การใช้งาน APO อย่างเต็มประสิทธิภาพจำเป็นต้องมี Intel DTT เวอร์ชัน 11405 หรือใหม่กว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตระบบจะอัปเดตเวอร์ชันนี้หรือไม่ หากไม่มีเวอร์ชัน Intel DTT ที่รองรับ ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ Advanced Mode ของ APO ได้ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดหวัง นอกจากนี้ การตั้งค่าของระบบและกราฟิกการ์ดยังมีผลต่อการปรับปรุงเฟรมต่อวินาที (FPS) ที่ผู้ใช้อาจได้รับอีกด้วย
26 เกมที่ได้รับการรองรับจาก Intel APO
Intel ได้ประกาศรองรับเกมมากถึง 26 เกมสำหรับการใช้งาน APO โดยครอบคลุมทั้งเกม e-sports ยอดนิยมและเกม AAA ที่ต้องการการประมวลผลสูง เกมที่รองรับ ได้แก่:
- Company of Heroes 3*
- Counter-Strike: 2*
- Cyber punk 2077*
- Dirt 5*
- Dota 2*
- Dreams Three Kingdoms 2* (PRC)
- F1 22*
- Final Fantasy XIV* Endwalker
- Fortnite*
- Guardians of the Galaxy*
- Metro Exodus*
- Naraka: Bladepoint*
- Red Dead Redemption 2*
- Riftbreaker*
- Serious Sam 4*
- Shadow of the Tomb Raider*
- Strange Brigade* (VLK)
- Tiny Tina’s Wonderlands*
- Tom Clancy’s Rainbow Six Siege*
- Total War: PHAROAH*
- Total War: THREE KINGDOMS*
- Total War: WARHAMMER 3*
- Watch Dogs: Legion*
- World of Tanks*
- World of Warcraft*
- World War Z*
เกมเหล่านี้จะได้รับการปรับแต่งเพื่อให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นบนซีพียู Core Ultra 200S และซีพียู Gen 14 โดยเฉพาะเกมยอดนิยมอย่าง Counter-Strike 2 และ Dota 2 ซึ่งมีผู้เล่นหลายแสนคนบน Steam จะได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นที่ดีขึ้น
เกมที่รองรับสำหรับระบบที่สนับสนุนอาจแตกต่างกันไปตามการตั้งค่าของระบบ การกำหนดค่าของระบบ รวมถึงโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ด และแอปพลิเคชันที่ใช้งาน จะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของเฟรมต่อวินาที (FPS) ที่ผู้ใช้อาจคาดหวังได้ ผู้ใช้ที่มีโปรเซสเซอร์ที่ไม่อยู่ในรายชื่อที่ยืนยันข้างต้นยังสามารถเลือกใช้ Intel Application Optimization ภายใต้ Advanced Mode ได้
นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรติดต่อผู้ผลิตเมนบอร์ดเพื่อตรวจสอบว่า BIOS ที่รองรับ Intel Application Optimization พร้อมใช้งานหรือไม่
ซีพียูที่รองรับ APO
ซีพียูเดสก์ท็อป
- Core Ultra 9 285K
- Core Ultra 7 265K
- Core Ultra 7 265KF
- Core i9 14900KS
- Core i9 14900K
- Core i9 14900KF
- Core i7 14700K
- Core i7 14700KF
ซีพียูโน้ตบุ๊ก
- Core i9 14900HX
- Core i7 14700HX
Intel APO รองรับการทำงานอย่างเต็มรูปแบบบนซีพียู Core Ultra 200S รุ่น Ultra 7 และ Ultra 9 รวมถึงซีพียู Core i7 และ Core i9 ซีพียู Gen 14 ทั้งบนเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก สำหรับซีพียูรุ่นอื่นๆ อย่าง Core Ultra 5 และ Core i5 รวมถึงซีพียูรุ่นก่อนหน้า (ซีพียู Gen 12 และ 13) จะรองรับ APO ในโหมด Advanced เท่านั้น ซึ่งมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการรองรับแบบเต็มรูปแบบ
การควบคุม APO ผ่าน UI
ผู้ใช้สามารถควบคุมการเปิด/ปิดฟีเจอร์ APO สำหรับเกมต่างๆ ผ่าน Intel Application Optimization UI ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Store โดยอินเทอร์เฟซนี้ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการการปรับแต่งเกมที่รองรับ รวมถึงเลือกปิดการปรับแต่งได้หากไม่ต้องการใช้งาน APO กับบางเกม
Intel APO เป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมบนซีพียูรุ่นใหม่ๆ ของ Intel โดยเฉพาะ โดยครอบคลุมการปรับแต่งทรัพยากรฮาร์ดแวร์ในแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เกมทำงานได้ราบรื่นและลดปัญหาอุณหภูมิสูง การรองรับเกมทั้ง e-sports และ AAA อย่าง Counter-Strike 2, Cyberpunk 2077 และ Red Dead Redemption 2 ทำให้ Intel APO กลายเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับนักเล่นเกมที่ใช้ซีพียู Core Ultra 200S และซีพียู Gen 14