หลายท่านที่ชาร์จ iPhone ด้วยการเสียบสายเข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์ (PC/Laptop ที่ใช้ Windows) อาจเคยเจอปัญหาที่น่าหงุดหงิด ประมาณว่า คุณถอดสาย Lightning (หรือ USB-C) ออกจาก “ตูด iPhone” ชั่วครู่ แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ แต่ iPhone กลับ ไม่ยอมชาร์จ ต้องถอดสาย USB ออกจาก “พอร์ตคอมพิวเตอร์” แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ ถึงจะสามารชาร์จหรือเชื่อมตอมตอมพิวเตอร์กับ iPhone ได้
อาการเช่นนี้ไม่ได้แปลว่า iPhone หรือสายชาร์จของคุณเสีย แต่เป็นผลมาจาก “กลไกการประหยัดพลังงาน” ของระบบปฏิบัติการ Windows ที่ทำงานร่วมกับการจัดการพลังงานที่ “เข้มงวด” ของ iPhone นั่นเองครับ
สาเหตุหลัก: “USB Selective Suspend Setting” (การพักการทำงาน USB)
ปัญหาเกือบทั้งหมดที่ต้องถอดสายจากฝั่งคอมพิวเตอร์ (เพื่อ “บังคับรีเซ็ต”) เกิดจากการตั้งค่าใน Windows ที่ชื่อว่า USB selective suspend setting
กลไกการเกิดปัญหา:
- Windows เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน: เมื่อคุณถอด iPhone ออกจากสายชาร์จ (แต่สายยังเสียบคาอยู่ที่คอมฯ) คอมพิวเตอร์จะตรวจพบว่า “อุปกรณ์ USB หายไป” และเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน Windows จะสั่งให้พอร์ต USB นั้นเข้าสู่สถานะ “Suspend” หรือ “พักการทำงานชั่วคราว” ตามค่าเริ่มต้นที่ตั้งไว้เป็น
Enabled(เปิดใช้งาน) - พอร์ตถูกตัดไฟและข้อมูล: ในสถานะ Suspend นี้ พอร์ต USB จะลดการจ่ายไฟลง และหยุดการส่งข้อมูล
- iPhone ไม่ยอม Handshake: เมื่อคุณเสียบ iPhone กลับเข้าไปใหม่ iPhone ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้มีการ “เจรจา (Handshake)” ด้านพลังงานและข้อมูลที่เข้มงวดกับคอมพิวเตอร์ จะพยายาม “ปลุก” พอร์ตนั้นขึ้นมา
- ความล้มเหลวในการปลุก: เนื่องจากพอร์ตอยู่ในสถานะ Suspend อย่างสมบูรณ์ การตอบสนองจึงช้าหรือไม่มีเลย ทำให้ iPhone ไม่สามารถเริ่มกระบวนการ Handshake และไม่เริ่มชาร์จ
- การแก้ไขแบบ Manual: การที่คุณถอดสายออกจาก ฝั่งคอมพิวเตอร์ แล้วเสียบใหม่ เป็นการ “บังคับให้ Windows ยกเลิกสถานะ Suspend” ทันที และเริ่มต้นการจ่ายไฟและการเชื่อมต่อข้อมูลใหม่ทั้งหมด (Initialization) ทำให้ iPhone สามารถเริ่มชาร์จได้ตามปกติ
โทรศัพท์ iPhone (iOS) มีการจัดการพลังงานและการตรวจสอบอุปกรณ์ (เช่น การตรวจสอบสาย MFi และการยืนยัน “Trust This Computer”) ที่ซับซ้อนและเข้มงวดกว่ามาก ในขณะที่โทรศัพท์ Android ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการรับพลังงาน โดยมักจะเข้าสู่โหมด Charge-Only และยังคงรับพลังงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่า Data Line (เส้นทางข้อมูล) จะถูกระงับชั่วคราวก็ตาม
นี้คือ 3 ขั้นตอนแก้ไขปัญหาให้หายขาด (ไม่ต้องถอดสายฝั่งคอมฯ อีก)
วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่สุดคือการเข้าไป ปิด (Disable) ฟังก์ชันการประหยัดพลังงานนี้:
ขั้นตอนที่ 1: ปิด USB Selective Suspend Setting
- ไปที่ Control Panel (แผงควบคุม)
- เลือก Hardware and Sound > Power Options (ตัวเลือกพลังงาน)
- คลิก Change plan settings (เปลี่ยนการตั้งค่าแผน) ของ Power Plan ที่คุณใช้งานอยู่ (เช่น Balanced, High Performance)
- คลิก Change advanced power settings (เปลี่ยนการตั้งค่าพลังงานขั้นสูง)
- เลื่อนลงไปที่ USB settings (การตั้งค่า USB) > USB selective suspend setting
- เปลี่ยนจาก Enabled (เปิดใช้งาน) เป็น Disabled (ปิดใช้งาน) สำหรับทั้ง
On batteryและPlugged in - คลิก Apply และ OK เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนที่ 2: ปิดการจัดการพลังงานใน Device Manager
เพื่อความแน่ใจว่าพอร์ตจะไม่ถูกตัดไฟโดยอัตโนมัติ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- กดปุ่ม Windows + X แล้วเลือก Device Manager
- ขยายส่วน Universal Serial Bus controllers
- คลิกขวาที่อุปกรณ์ชื่อ USB Root Hub (ทำซ้ำกับทุกรายการที่ชื่อคล้ายกัน) > Properties (คุณสมบัติ)
- ไปที่แท็บ Power Management (การจัดการพลังงาน)
- ยกเลิกการติ๊ก ที่ช่อง “Allow the computer to turn off this device to save power” (อนุญาตให้คอมพิวเตอร์ปิดอุปกรณ์นี้เพื่อประหยัดพลังงาน)
- คลิก OK
ขั้นตอนที่ 3: รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
หลังจากทำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าทั้งหมดแล้ว ให้ รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ หนึ่งครั้ง เพื่อให้ระบบปฏิบัติการโหลด Driver และการตั้งค่า Power Management ใหม่ทั้งหมด การทำเช่นนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงมีผลสมบูรณ์ครับ
หลังจากรีสตาร์ทแล้ว iPhone ของคุณควรจะสามารถเริ่มชาร์จได้ทันทีเมื่อเสียบสายเข้าที่ตัวเครื่อง iPhone โดยไม่ต้องถอดสาย USB จากฝั่งคอมพิวเตอร์อีกต่อไป