X
MODIFY: Technology News
Technology, Innovation, and Education เทคนิดการใช้งาน สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เรื่องไอที

Google Photos เปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่ Meme Yourself เปลี่ยนภาพถ่ายส่วนตัวเป็นมีมยอดฮิต

Google เพิ่มเครื่องมือสร้างมีมด้วย AI บน Google Photos ปรับแต่งภาพผู้ใช้เข้ากับเทมเพลตดังระดับตำนาน

Google ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องมือใหม่ภายในแอปพลิเคชัน Google Photos ภายใต้ชื่อฟีเจอร์ “Meme Yourself” ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี Generative AI มาปรับใช้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำรูปภาพใบหน้าของตนเอง เพื่อน หรือครอบครัว ไปรวมเข้ากับเทมเพลตมีมที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

รายละเอียดเชิงลึกและเงื่อนไขการทำงานของฟีเจอร์

  • AI Image Synthesis: ระบบจะใช้โมเดล AI ขั้นสูงในการวิเคราะห์โครงหน้า (Facial Structure) และการแสดงออกทางสีหน้าจากรูปภาพในคลัง เพื่อนำไปซ้อนทับบนเทมเพลตมีม โดยระบบจะทำการปรับโทนสี แสง และเกรนของภาพ (Grain Matching) ให้เข้ากับภาพต้นฉบับของมีมนั้นๆ เพื่อความสมจริง
  • Smart Search Integration: ฟีเจอร์นี้เชื่อมโยงกับระบบค้นหาอัจฉริยะ ทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ค้นหาอารมณ์ที่ต้องการ เช่น “Surprised” หรือ “Confused” แล้ว AI จะทำการดึงรูปภาพที่มีสีหน้าตรงกันจากคลังภาพมาให้เลือกใช้งานทันที
  • Curated Template Library: Google ได้ทำการคัดเลือกเทมเพลตมีมที่ได้รับความนิยมระดับสากลมาไว้ในระบบ และมีแผนจะอัปเดตเทมเพลตใหม่ๆ ตามกระแสไวรัลในแต่ละช่วงเวลา
  • Face Grouping Requirement: การใช้งานฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องเปิดใช้งานระบบ Face Grouping ในการตั้งค่าของ Google Photos เพื่อให้ AI สามารถระบุและแยกแยะบุคคลในภาพได้อย่างถูกต้อง
  • Direct Sharing: เมื่อสร้างมีมเสร็จสิ้น ผู้ใช้สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพหรือส่งออกไปยังแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้โดยตรงจากหน้าแก้ไข

Google ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านจริยธรรม โดยมีการวางระบบป้องกันไม่ให้ใช้ฟีเจอร์นี้กับรูปภาพของบุคคลสาธารณะหรือนักการเมือง เพื่อป้องกันการสร้างเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (Misinformation) นอกจากนี้ยังมีระบบลายน้ำดิจิทัล (Digital Watermarking) เพื่อระบุว่ารูปภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์

ฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานกลุ่ม Google One และผู้ใช้โทรศัพท์ตระกูล Pixel ใช้งานก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะขยายไปยังผู้ใช้ Android และ iOS ทั่วไปในลำดับถัดไป

ที่มา: TechCrunch