X
MODIFY: Technology News
Technology, Innovation, and Education เทคนิดการใช้งาน สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เรื่องไอที

OpenAI เปิดเบื้องหลัง Codex เจาะลึกกลไก Agentic Loop และเทคนิคจัดการหน่วยความจำที่ทำให้ AI เขียนโค้ดได้จริง

เจาะลึกกระบวนการ Agentic Loop หัวใจสำคัญของเครื่องมือเขียนโค้ดอัจฉริยะ ที่ OpenAI ยอมเปิดเผยแบบหมดเปลือก

Michael Bolin วิศวกรของ OpenAI ได้เผยแพร่บทความทางเทคนิคที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ เพื่ออธิบายกลไกการทำงานภายในของ Codex CLI ซึ่งเป็น AI Agent สำหรับการเขียนโค้ด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกแก่นักพัฒนาเกี่ยวกับกระบวนการที่เครื่องมือ AI ใช้ในการเขียนโค้ด รันชุดทดสอบ (Run tests) และแก้ไขบั๊กภายใต้การดูแลของมนุษย์ ข้อมูลชุดนี้ถือเป็นการเติมเต็มรายละเอียดทางเทคนิคของสิ่งที่เรียกว่า “Agentic Loop” ที่เป็นหัวใจหลักของระบบ

ปัจจุบันเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI กำลังเข้าสู่ยุค “ChatGPT Moment” ที่มีความสามารถก้าวกระโดด ทั้ง Claude Code (Opus 4.5) และ Codex (GPT-5.2) ต่างยกระดับความสามารถในการสร้างโปรต้นแบบและเขียนโค้ดพื้นฐาน (Boilerplate) ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์แบบและยังคงต้องการการตรวจสอบจากมนุษย์ โดยเฉพาะในงานระดับ Production ที่มีความซับซ้อนเกินกว่าข้อมูลที่ AI เคยเรียนรู้มา ซึ่งบทความของ Bolin ยอมรับถึงความท้าทายทางวิศวกรรมเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา เช่น ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพจากการขยายตัวของ Prompt แบบ Quadratic หรือปัญหา Cache Miss ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ

เจาะลึกกระบวนการ The Agent Loop

  • วัฏจักรการทำงาน (The Cycle): แกนกลางของ Codex คือวงรอบการทำงานซ้ำๆ ที่เริ่มจากรับคำสั่งผู้ใช้ -> สร้าง Prompt -> ส่งให้โมเดลประมวลผล -> โมเดลตอบกลับหรือเรียกใช้เครื่องมือ (Tool Call) -> หากมีการเรียกใช้เครื่องมือ Agent จะดำเนินการและนำผลลัพธ์ใส่กลับไปใน Prompt -> ทำซ้ำจนกว่าจะได้คำตอบสุดท้าย
  • โครงสร้าง Prompt (Prompt Construction): Codex สร้าง Prompt เริ่มต้นโดยประกอบจากหลายส่วน ได้แก่ คำสั่งระบบ (System), คำสั่งนักพัฒนา (Developer), ข้อมูลบริบท (Context) เช่น ไดเรกทอรีปัจจุบัน และข้อความของผู้ใช้ โดยช่อง Tools field จะกำหนดฟังก์ชันที่โมเดลสามารถเรียกใช้ได้ รวมถึงคำสั่ง Shell และเครื่องมือผ่านโปรโตคอล MCP (Model Context Protocol)
  • การทำงานแบบ Stateless: Codex ออกแบบมาให้ส่งประวัติการสนทนา “ทั้งหมด” ไปใหม่ทุกครั้งที่มีการเรียก API (Stateless) แทนที่จะอ้างอิง State เดิมจากเซิร์ฟเวอร์ วิธีนี้ช่วยสนับสนุนนโยบาย “Zero Data Retention” ที่ OpenAI จะไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ แต่ก็แลกมาด้วยขนาด Prompt ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
  • การแก้ปัญหา Prompt Growth: เพื่อจัดการกับขนาด Prompt ที่ขยายตัวแบบ Quadratic ทาง OpenAI ใช้เทคนิค Prompt Caching เข้ามาช่วย แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือหรือโมเดลกลางคันซึ่งจะทำให้ Cache ใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ระบบยังมีกลไกการบีบอัดบทสนทนา (Compaction) โดยอัตโนมัติเมื่อจำนวน Token เกินขีดจำกัด โดยยังคงรักษา “ความเข้าใจ” ของโมเดลไว้ผ่าน Encrypted content item

การเปิดเผยรายละเอียดระดับนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับ OpenAI ที่มักเก็บงำความลับของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง ChatGPT ไว้ แต่สำหรับ Codex และเครื่องมือสาย Coding ทั้ง OpenAI และคู่แข่งอย่าง Anthropic ต่างเลือกที่จะเปิด Open-source ตัว CLI Client บน GitHub ให้นักพัฒนาเข้าไปตรวจสอบการทำงานได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่างานด้านการเขียนโปรแกรมเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการประยุกต์ใช้ Large Language Models (LLMs)

ที่มา: Ars Technica