เมื่อเปิดหน้าต่าง Windows Update ขึ้นมาแล้วพบข้อความแจ้งเตือน Preview Update หรือ Cumulative Update Preview พร้อมปุ่มให้กดติดตั้งแยกออกมาต่างหาก ผู้ใช้งานอาจเกิดความสงสัยว่าการอัปเดตตัวนี้คืออะไร แตกต่างจากการอัปเดตความปลอดภัยปกติอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องกดติดตั้ง หรือควรปล่อยผ่านไปเพื่อรอรอบอัปเดตหลัก
Preview Update จัดเป็นการอัปเดตประเภท Optional Quality Update หรือในทางเทคนิคเรียกว่า C Release ซึ่ง Microsoft มักจะปล่อยออกมาในช่วงสัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ของเดือน วัตถุประสงค์หลักของการอัปเดตประเภทนี้คือการแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ (Bug Fixes) และการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วไป โดยที่ ไม่มี แพตช์ความปลอดภัย (Security Patch) รวมอยู่ด้วย เนื้อหาภายในจึงเป็นเสมือนการนำเอาไฟล์แก้ไขของเดือนถัดไปมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกติดตั้งก่อน หากเครื่องคอมพิวเตอร์กำลังประสบปัญหาการใช้งานบางอย่าง
เพื่อให้เข้าใจลำดับความสำคัญของการอัปเดตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Windows มีการแบ่งประเภทการอัปเดตหลักๆ ออกเป็นดังนี้
- B Release (Patch Tuesday): เป็นการอัปเดตบังคับในวันอังคารที่ 2 ของเดือน ซึ่งจะรวมทั้งแพตช์ความปลอดภัยและการแก้ไขบั๊กทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อความเสถียรสูงสุด
- C Release (Preview Update): เป็นการอัปเดตทางเลือกในช่วงปลายเดือน เน้นเฉพาะการแก้บั๊กและฟีเจอร์ทั่วไป ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้ทดสอบก่อนนำไปรวมใน B Release รอบถัดไป
- Out-of-band Release: เป็นการอัปเดตฉุกเฉินที่ไม่อิงตามตารางเวลา ปกติจะออกมาเมื่อมีช่องโหว่ร้ายแรงที่ต้องรีบปิดทันที
สำหรับคำถามที่ว่า ควรติดตั้ง Preview Update หรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับสถานะของเครื่องคอมพิวเตอร์ หากระบบทำงานราบรื่นดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง แต่หากติดตั้งไปแล้ว ระบบจะจดจำว่าไฟล์แก้บั๊กได้ถูกติดตั้งเรียบร้อย เมื่อถึงรอบอัปเดตจริง (B Release) ในเดือนถัดไป Windows จะดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ความปลอดภัยที่ยังขาดอยู่มาเพิ่มเติมเท่านั้น ทำให้ไฟล์อัปเดตมีขนาดเล็กและติดตั้งเร็วกว่าปกติ
ในทางกลับกัน หากเลือกที่จะ ไม่ติดตั้ง และรอรอบปกติ ระบบจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ก้อนใหญ่ที่มัดรวมทั้งไฟล์แก้บั๊ก (จากตัว Preview) และไฟล์ความปลอดภัยมาติดตั้งพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งเป็นวิธีการที่ Microsoft แนะนำสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพราะมีความเสี่ยงน้อยที่สุดและรับประกันความเข้ากันได้ของระบบมากที่สุด