Apple ประกาศเปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล M5 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ตัวเครื่องยังคงดีไซน์อะลูมิเนียมที่บาง เบา และทนทาน พร้อมการอัปเกรดที่สำคัญคือการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นเป็น 512GB ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึงหนึ่งเท่าตัว และการผสานชิประบบเครือข่ายไร้สาย Apple N1 ที่รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 เพื่อการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ
ชิปประมวลผล M5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่งานทั่วไปจนถึงเวิร์กโฟลว์ด้าน AI ที่มีความซับซ้อน โดยชิป M5 มาพร้อม CPU แบบ 10-core ซึ่งเป็นคอร์ CPU ที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลก และทำงานร่วมกับ GPU สูงสุด 10-core ที่มีการติดตั้ง Neural Accelerator อันทรงพลังไว้ในทุกคอร์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้าน AI ทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่าเมื่อเทียบกับชิป M4 และเร็วขึ้นสูงสุด 9.5 เท่าเมื่อเทียบกับชิป M1 ทำให้ MacBook Air สามารถรองรับการประมวลผล LLM บนอุปกรณ์ในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ชิป M5 ยังได้รับการอัปเกรดคอร์ประมวลผลแสงเงาและเอนจิ้นเรย์เทรซซิ่ง (Ray-tracing) เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 153GB/s ซึ่งเพิ่มขึ้นจากชิป M4 ถึง 28% โดยมีรายละเอียดประสิทธิภาพที่โดดเด่นดังต่อไปนี้
- ประสิทธิภาพการปรับแต่งวิดีโอด้วย AI ใน Topaz Video เร็วขึ้นสูงสุด 6.9 เท่า (เทียบกับชิป M1) และ 1.9 เท่า (เทียบกับชิป M4)
- ประสิทธิภาพการเรนเดอร์ 3D ด้วยเรย์เทรซซิ่งใน Blender เร็วขึ้นสูงสุด 6.5 เท่า (เทียบกับชิป M1) และ 1.5 เท่า (เทียบกับชิป M4)
- ประสิทธิภาพการประมวลผลภาพใน Affinity เร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า (เทียบกับชิป M1) และ 1.5 เท่า (เทียบกับชิป M4)
- การท่องเว็บเร็วขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับแล็ปท็อป PC ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra X7 และการทำงานหนักมีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า
ด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูล MacBook Air รุ่นชิป M5 ได้ปรับมาตรฐานความจุเริ่มต้นเป็น 512GB และสามารถปรับแต่งความจุได้สูงสุดถึง 4TB เป็นครั้งแรก พร้อมเทคโนโลยี SSD แบบใหม่ที่มอบความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึงไฟล์ขนาดใหญ่
สำหรับคุณสมบัติมาตรฐานอื่นๆ ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ Liquid Retina ขนาด 13.6 นิ้ว และ 15.3 นิ้ว ความสว่าง 500 นิต รองรับสีสัน 1 พันล้านสี, แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 18 ชั่วโมง พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว, กล้องหน้า Center Stage 12MP รองรับมุมมองด้านหน้าโต๊ะ, ระบบไมโครโฟน 3 ตัว, ระบบเสียงรองรับ Spatial Audio และ Dolby Atmos พร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ที่สามารถต่อจอภาพภายนอกความละเอียดสูงได้สูงสุด 2 จอ และพอร์ตชาร์จ MagSafe โดยมีตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สีสกายบลู, สีมิดไนท์, สีสตาร์ไลท์ และสีเงิน
ด้านซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ทำงานบนระบบปฏิบัติการ macOS Tahoe ที่มาพร้อมดีไซน์ Liquid Glass รองรับการทำงานร่วมกับ Apple Intelligence ที่เน้นความเป็นส่วนตัว มีฟีเจอร์การแปลภาษาสดในแอปข้อความ แอปคำสั่งลัดที่เชื่อมต่อกับโมเดล AI ได้โดยตรง และคุณสมบัติกิจกรรมสดผ่านการสะท้อนหน้าจอ iPhone ในด้านสิ่งแวดล้อม ตัวเครื่องผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิล 55% โดยใช้อะลูมิเนียมและโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในส่วนตัวเครื่องและแบตเตอรี่ ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573
รายละเอียดราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย
- MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว ชิป M5: ราคาเริ่มต้น 36,900 บาท (ราคาส่งเสริมการศึกษา 33,490 บาท)
- MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว ชิป M5: ราคาเริ่มต้น 44,900 บาท (ราคาส่งเสริมการศึกษา 41,390 บาท)
เงื่อนไขและการทดสอบทางเทคนิค: ข้อมูลประสิทธิภาพด้านการประมวลผลมาจากการทดสอบโดย Apple ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และ 2569 โดยเปรียบเทียบกับระบบรุ่นก่อนหน้าและคู่แข่ง คุณสมบัติ Apple Intelligence ปัจจุบันอยู่ในสถานะเบต้า รองรับเฉพาะภาษาที่กำหนด และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค สินค้ารองรับโปรแกรม Apple Trade In สำหรับนำเครื่องเก่ามาแลกซื้อ และ AppleCare+ เพื่อความคุ้มครองเพิ่มเติม โดยสินค้าจะเริ่มจัดส่งและวางจำหน่ายผ่านตัวแทนในประเทศไทยเร็วๆ นี้
ที่มา: Apple Newsroom