การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงต่างชนิดผสมกันในถังเดียวเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถมาอย่างยาวนาน กฎเหล็กที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดสำหรับการผสมน้ำมันกลุ่มเบนซิน ไม่ใช่วิธีการนำน้ำมันชนิดหนึ่งมาผสมกับอีกชนิดหนึ่งเพื่อหาค่าเจือจาง แต่ต้องยึดจาก ขีดจำกัดสูงสุดที่เครื่องยนต์และระบบทางเดินน้ำมันของรถคันนั้นรองรับได้ เป็นหลัก เนื่องจากรถยนต์แต่ละรุ่นถูกออกแบบชิ้นส่วนยาง ปั๊มเชื้อเพลิง และระบบ ECU (Engine Control Unit) ให้ทนทานต่อปริมาณเอทานอลที่แตกต่างกัน
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงเงื่อนไขการผสมน้ำมัน จำเป็นต้องทำความเข้าใจประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจำหน่ายและเคยมีจำหน่ายในปัจจุบันก่อน โดยแบ่งตามสัดส่วนการผสมของเอทานอล (แอลกอฮอล์) และไบโอดีเซล ดังนี้
- เบนซิน 95 เพียว (E0): น้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ 100% ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลเลย มีค่าออกเทน 95
- เบนซิน 91 เพียว (E0): น้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ 100% ไม่มีส่วนผสมของเอทานอล มีค่าออกเทน 91 (ปัจจุบันยกเลิกการจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันของประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่ปี 2556)
- แก๊สโซฮอล์ 95 (E10): น้ำมันเบนซิน 90% ผสมกับเอทานอล 10% มีค่าออกเทน 95
- แก๊สโซฮอล์ 91 (E10): น้ำมันเบนซิน 90% ผสมกับเอทานอล 10% มีค่าออกเทน 91
- น้ำมัน E20 (E20): น้ำมันเบนซิน 80% ผสมกับเอทานอล 20%
- น้ำมัน E85 (E85): น้ำมันเบนซิน 15% ผสมกับเอทานอล 85%
- กลุ่มน้ำมันดีเซล (B7, B20): น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% และ 20% ตามลำดับ (ไม่มีส่วนผสมของเอทานอล)
เมื่อทราบส่วนผสมพื้นฐานของน้ำมันแต่ละประเภทแล้ว หลักเกณฑ์การเติมผสมน้ำมันที่ถูกต้องและปลอดภัยจะต้องอิงตามคู่มือสเปกรถยนต์อย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้
- รถยนต์ที่ระบุว่ารองรับสูงสุดเพียงแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 (กลุ่ม E10): สามารถเติมและผสมสลับกันได้เฉพาะ เบนซิน 95 เพียว (หรือ 91 เพียวหากมี), แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 เท่านั้น ไม่ควรนำ E20 หรือ E85 มาเติมผสม โดยเฉพาะ E85 เพราะปริมาณเอทานอลที่เกิน 10% จะกัดกร่อนท่อยางและปั๊มเชื้อเพลิงจนเสียหาย และระบบหัวฉีดไม่สามารถจ่ายน้ำมันได้สมดุล (ในกรณีฉุกเฉินสามารถผสม E20 ลงไปได้ แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเพราะระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเอทานอลเกิน 10% อาจทำให้วัสดุถูกกัดกร่อนได้ในระยะยาว และอัตราส่วนเชื้อเพลิง (AFR) เพี้ยน เพราะ ECU ไม่ได้จูนมารองรับ)
- รถยนต์ที่ระบุว่ารองรับน้ำมัน E20: สามารถเติมและผสมสลับกันได้อย่างอิสระระหว่าง เบนซิน 95 เพียว, แก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ 95 และ E20 เนื่องจากเครื่องยนต์ทนทานต่อปริมาณเอทานอลได้ตั้งแต่ 0-20% แต่ ไม่ควรนำ E85 มาเติมผสมโดยเด็ดขาด
- รถยนต์ที่ระบุว่ารองรับน้ำมัน E85 หรือ Flex Fuel Vehicle (FFV): สามารถเติมและผสมข้ามไปมาได้กับน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกประเภท (เบนซินเพียว, แก๊สโซฮอล์ 91/95, E20 และ E85) ในอัตราส่วนใดก็ได้ เนื่องจากเซนเซอร์ถูกออกแบบมาให้อ่านค่าเอทานอลที่แปรผันตั้งแต่ 0-85% และสามารถสั่งจ่ายอัตราส่วนผสมของน้ำมันและอากาศได้อย่างแม่นยำ รวมถึงระบบจ่ายน้ำมันและวัสดุถูกออกแบบให้รองรับเอทานอลสูง
นอกจากนี้ ยังมีกฎเหล็กขั้นเด็ดขาดที่ห้ามละเมิดในทุกกรณี คือ ห้ามนำน้ำมันตระกูลเบนซิน (เบนซิน, แก๊สโซฮอล์, E20, E85) ไปเติมผสมกับน้ำมันตระกูลดีเซล (Diesel, B7, B20) อย่างเด็ดขาด เนื่องจากการจุดระเบิดของทั้งสองระบบทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเครื่องยนต์เบนซินใช้หัวเทียนสร้างประกายไฟ ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลอาศัยแรงอัดอากาศให้เกิดความร้อน การเติมน้ำมันข้ามระบบจะส่งผลให้เครื่องยนต์น็อกและอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายรุนแรง หากทราบว่าเติมผิดประเภท ห้ามทำการสตาร์ทรถและต้องดูดน้ำมันออกจากถังพร้อมล้างระบบใหม่ทั้งหมดทันที