Bill Ready ซีอีโอของ Pinterest ได้ออกมาแสดงการสนับสนุนต่อมาตรการของประเทศออสเตรเลียที่สั่งห้ามไม่ให้วัยรุ่นที่มีอายุน้อยใช้งานโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกบังคับใช้มาตรการในลักษณะเดียวกัน
Ready ได้เขียนบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Time โดยระบุว่า โซเชียลมีเดียในรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และมีความจำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน คือการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง รวมถึงต้องมีความรับผิดชอบจากระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันที่ทำงานบนระบบเหล่านั้น
การแสดงจุดยืนดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แม้ว่า Pinterest จะมีฐานผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่ม Gen Z มากกว่าร้อยละ 50 ก็ตาม อย่างไรก็ตาม Ready มองว่าการแบนโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ควรครอบคลุมถึงแพลตฟอร์มของตนเอง
Ready ชี้แจงว่า ปัจจุบัน Pinterest มีนโยบายปิดกั้นไม่ให้วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าถึงฟีเจอร์การส่งข้อความและฟีเจอร์ทางสังคมอื่น ๆ อยู่แล้ว นอกจากนี้บัญชีผู้ใช้งานของวัยรุ่นยังถูกตั้งค่าให้เป็นส่วนตัว (Private) โดยค่าเริ่มต้น
โฆษกของ Pinterest ได้ออกมายืนยันว่าบริษัทไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 16 ปี โดยระบุว่าบริษัทจัดวางตำแหน่งตนเองเป็น “แพลตฟอร์มค้นหาด้วยภาพ” (Visual search platform) ไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และเช่นเดียวกับบริษัทโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ Pinterest ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีสมัครเข้าใช้งาน
แม้จะระบุว่าตนเองไม่ใช่โซเชียลมีเดีย แต่ Pinterest เคยเผชิญกับปัญหาด้านความปลอดภัยของเด็กในอดีต โดยในปี 2023 สำนักข่าว NBC News รายงานว่าระบบอัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาของ Pinterest ได้แสดงภาพถ่ายและวิดีโอของเด็กผู้หญิงให้กับผู้ใหญ่ที่ค้นหาเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว การสืบสวนพบว่าผู้ใช้งานบางรายได้สร้างบอร์ดบน Pinterest ที่รวบรวมภาพของเด็กผู้หญิงพร้อมตั้งชื่อบอร์ดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้น 6 เดือน บริษัทจึงได้ปรับให้โปรไฟล์ของวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีเป็นแบบส่วนตัวและไม่สามารถค้นหาได้
Ready กล่าวทิ้งท้ายว่า ความนิยมของ Pinterest ในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยเป็นข้อพิสูจน์ว่านโยบายของบริษัทส่งผลดีต่อธุรกิจ โดยเขาระบุว่าประสบการณ์ของบริษัทแสดงให้เห็นว่าการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพไม่ได้ผลักไสเยาวชนออกไป แต่กลับช่วยสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นได้
ที่มา: Engadget