ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง Rita F. Lin แห่งศาลแขวงเขตเหนือของแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ Anthropic ชนะคดีข้อพิพาทกับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยสั่งให้รัฐบาลยกเลิกการขึ้นบัญชีบริษัทเป็น Supply chain risk (ความเสี่ยงด้านความมั่นคง) รวมถึงระงับคำสั่งที่บังคับให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางตัดความสัมพันธ์กับบริษัท ผู้พิพากษาระบุในกระบวนการพิจารณาคดีว่า มาตรการของรัฐบาลดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะทำลาย Anthropic และละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของบริษัท
ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา เมื่อ Anthropic พยายามบังคับใช้ข้อจำกัดห้ามรัฐบาลนำโมเดล AI ของบริษัทไปใช้ใน ระบบอาวุธปกครองตนเอง (Autonomous weapons systems) และ การสอดแนมมวลชน (Mass surveillance) รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าวและทำการขึ้นบัญชีบริษัทเป็น Supply chain risk ซึ่งเป็นสถานะที่มักใช้กับตัวแสดงจากต่างชาติ นำมาสู่คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัพม์ ที่ให้หน่วยงานรัฐตัดการติดต่อกับบริษัท Anthropic จึงยื่นฟ้องหน่วยงานและ Pete Hegseth ขณะที่ทำเนียบขาวได้โจมตีบริษัทว่าเป็นองค์กรซ้ายจัด (Radical-left, woke company) ที่คุกคามความมั่นคงของชาติ ด้าน Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ระบุว่าการกระทำของกระทรวงกลาโหมเป็นการตอบโต้และลงโทษ
หลังทราบคำตัดสิน Anthropic ออกแถลงการณ์ขอบคุณศาลที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่าการฟ้องร้องมีความจำเป็นเพื่อปกป้องบริษัท ลูกค้า และพันธมิตร และบริษัทยังคงมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อให้ชาวอเมริกันได้ใช้งาน AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ในประเด็นด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ Anthropic ได้เผยแพร่รายงานฉบับที่ 5 โดย Peter McCrory หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ในงาน Axios AI Summit ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ปัจจุบันยังไม่พบการแย่งงานจาก AI อย่างมีนัยสำคัญ อัตราการว่างงานระหว่างกลุ่มที่ใช้โมเดล Claude เป็นหลักในการทำงานอัตโนมัติ เช่น นักเขียนเชิงเทคนิค พนักงานป้อนข้อมูล และวิศวกรซอฟต์แวร์ ยังไม่แตกต่างจากกลุ่มแรงงานที่ใช้ทักษะทางกายภาพ
อย่างไรก็ตาม Dario Amodei ประเมินว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานเอกสารระดับเริ่มต้นถึง 50% และอาจดันอัตราว่างงานพุ่งถึง 20% ภายใน 5 ปี รายงานยังระบุถึง ช่องว่างทักษะ (Skills gap) โดยผู้ใช้หน้าใหม่ตามหลังกลุ่มที่นำ AI มาใช้ตั้งแต่เนิ่นๆ (Early adopters) ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เป็นคู่คิดในการทำงานได้ซับซ้อนกว่า นอกจากนี้ การใช้งานโมเดล Claude ยังกระจุกตัวอยู่ในประเทศรายได้สูงและพื้นที่ที่มีแรงงานความรู้ (Knowledge workers) หนาแน่น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานระดับสูง (Power users) กำลังสร้างความได้เปรียบและทิ้งห่างในตลาดแรงงาน
ที่มา: TechCrunch