IBM ตกลงจ่ายเงิน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 600 ล้านบาท) เพื่อยุติการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) กรณีการใช้นโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับ หรือ DEI (Diversity, Equity, and Inclusion) ในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งถือเป็นบริษัทรายแรกที่ถูกลงโทษโดยหน่วยงาน Civil Rights Fraud Initiative ที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จัดตั้งขึ้นเพื่อกวาดล้างนโยบายที่ถูกมองว่าทำลายระบบคุณธรรม
ประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญในคดีนี้คือการที่รัฐบาลกล่าวหาว่า IBM ใช้กลไก “Diversity Modifier” ซึ่งเป็นการนำเงินโบนัสและค่าตอบแทนของผู้บริหารไปผูกติดกับการบรรลุเป้าหมายด้านประชากรศาสตร์ (Demographic Targets) เช่น การบังคับให้ต้องจ้างงานคนผิวสีหรือสตรีให้ครบตามโควตาเพื่อแลกกับโบนัสพิเศษ รัฐบาลมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการ “จ้างงานแบบมีใบสั่ง” ที่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนผิวขาวและเพศชาย และเข้าข่ายการฉ้อโกงต่อรัฐเนื่องจาก IBM เป็นคู่สัญญารายใหญ่ที่รับงานจากภาครัฐ
แม้ในข้อตกลงยุติคดี IBM จะปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นการยอมความเพื่อหลีกเลี่ยงการสู้คดีที่ยืดเยื้อ แต่ทางบริษัทต้องดำเนินการดังนี้
- ชำระเงินค่าปรับและค่าเสียหาย: จำนวน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่รัฐบาล
- ปรับปรุงนโยบายภายใน: ยกเลิกการใช้ตัวแปรด้านความหลากหลายมาคำนวณเงินโบนัสผู้บริหาร
- แก้ไขโครงการฝึกอบรม: ปรับปรุงหรือยกเลิกโปรแกรมที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือเพศ
ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณชัดเจนจากทำเนียบขาวว่า นโยบาย DEI ที่เคยเป็นมาตรฐานในบริษัทข้ามชาติกำลังถูกเพ่งเล็งอย่างหนักภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่ต้องการให้การจ้างงานกลับไปสู่ระบบ Merit-based หรือการวัดกันที่ความสามารถเพียงอย่างเดียว โดยคดีของ IBM จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บีบให้ภาคเอกชนต้องเร่งรื้อถอนโครงสร้างการจ้างงานแบบอิงโควตาเชื้อชาติในอนาคต
ที่มา: Reuters