สถาบันวิจัยและวิเคราะห์ตลาดฮาร์ดแวร์ Mercury Research ได้เปิดเผยรายงานข้อมูลส่วนแบ่งตลาดโปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรม x86 ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ภาพรวมของตลาดยังคงขับเคลื่อนโดยผู้ผลิตหลักสองราย ได้แก่ Intel และ AMD ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่า Intel ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 69.3% ในขณะที่ AMD สามารถทำสถิติส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทที่ 30.7%
หากพิจารณาข้อมูลโดยรวมที่ครอบคลุมทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แล็ปท็อป และเซิร์ฟเวอร์ โดยไม่นับรวมกลุ่มชิปปรับแต่งพิเศษ (Custom SoC) และอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม หากนำกลุ่มเครื่องเกมคอนโซลและ IoT เข้ามาคำนวณรวมด้วย ส่วนแบ่งของ Intel จะอยู่ที่ 65.9% และ AMD จะอยู่ที่ 34.1%
การแบ่งสัดส่วนตามกลุ่มอุปกรณ์ (Segment Breakdown)
รายงานได้จำแนกส่วนแบ่งตลาดออกเป็นกลุ่มการใช้งานหลัก เพื่อให้เห็นภาพการแข่งขันในแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจนและมีรายละเอียดตัวเลขสถิติดังต่อไปนี้
- ฝั่งเดสก์ท็อป (Desktop PC): Intel ครองส่วนแบ่ง 65.1% และ AMD ครองส่วนแบ่ง 34.9%
- ฝั่งโน้ตบุ๊ก (Mobile / Laptop): Intel ครองส่วนแบ่ง 71.1% และ AMD ครองส่วนแบ่ง 28.9%
- ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล (Server / Data Center): Intel (กลุ่มโปรเซสเซอร์ Xeon) ครองส่วนแบ่ง 65.5% และ AMD (กลุ่มโปรเซสเซอร์ EPYC) ครองส่วนแบ่ง 34.5%
จุดที่น่าสนใจและนัยสำคัญทางตลาด
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรกคือการที่ส่วนแบ่งตลาดรวมของ Intel ลดลงมาต่ำกว่าระดับ 70% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1995 แม้ว่าบริษัทจะยังคงเป็นผู้นำด้านปริมาณการจัดส่งสินค้าเข้าสู่ตลาด (Shipment Volume) ก็ตาม ประการที่สองคือการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ AMD ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความนิยมของโปรเซสเซอร์กลุ่มเกมมิ่งที่มีเทคโนโลยี 3D V-Cache รวมถึงโปรเซสเซอร์ตระกูล EPYC ที่ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้าศูนย์ข้อมูลระดับองค์กร แม้ว่าภาพรวมตลาดจะเผชิญความท้าทายอย่างหนัก โดยยอดจัดส่งซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปร่วงลงถึง 20% ท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนประกอบที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ ตลาดโปรเซสเซอร์ x86 ยังมีผู้ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาสถาปัตยกรรมรายอื่น เช่น Zhaoxin จากประเทศจีน ทว่าส่วนแบ่งในตลาดระดับโลกของบริษัทกลุ่มนี้ยังมีสัดส่วนที่น้อยกว่า 1% และจำกัดการใช้งานอยู่เพียงในหน่วยงานของรัฐหรือกลุ่มองค์กรเฉพาะภายในประเทศจีนเป็นหลักเท่านั้น ทำให้ตลาดยังคงผูกขาดโดยสองผู้ผลิตหลักอย่างชัดเจน
ที่มา: Tom’s Hardware, techpowerup