Google Play ประกาศข้อกำหนดใหม่สำหรับนักพัฒนาแอปพลิเคชันและเกมเพื่อยกระดับคุณภาพการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งเน้นการลดการใช้หน่วยความจำ (RAM) ของแอปพลิเคชันเพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ในอุตสาหกรรมมือถือ พร้อมเพิ่มข้อกำหนดการโอนย้ายข้อมูลผู้ใช้ที่ปลอดภัยและราบรื่นเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์
ข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพหน่วยความจำตั้งเป้าป้องกันปัญหาเครื่องหน่วงและแอปพลิเคชันปิดตัวเองอัตโนมัติ Google ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานใหม่ 3 ด้าน ได้แก่
- Dynamic memory usage การตรวจสอบหน่วยความจำสำหรับจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวของแอปพลิเคชัน
- Bitmap memory usage การควบคุมไม่ให้รูปภาพกินหน่วยความจำเมื่อแอปพลิเคชันทำงานเบื้องหลัง
- Optimized DEX code การบังคับใช้เครื่องมือบีบอัดโค้ดอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์เพื่อลดขนาดและเพิ่มความเร็ว
นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือใหม่บน Play Console เพื่อตรวจสอบปัญหาหน่วยความจำผ่าน Android vitals เครื่องมือเหล่านี้ช่วยวิเคราะห์การใช้ Dynamic memory, ติดตามการปิดแอปพลิเคชันจากระบบปฏิบัติการเนื่องจากหน่วยความจำเต็ม และแสดงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับแต่งโค้ด พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อแอปพลิเคชันใช้หน่วยความจำเกินเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อกำหนดใหม่เรื่องการใช้หน่วยความจำจะเริ่มบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 แอปพลิเคชันและเกมที่ไม่ผ่านเกณฑ์อาจถูกลดการมองเห็นหรือถูกจำกัดสิทธิ์การเผยแพร่บน Google Play และในอนาคต Google มีแผนปรับปรุงเกณฑ์เหล่านี้ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการ Android ที่เปลี่ยนแปลงไป
ในด้านการโอนย้ายอุปกรณ์ Google Play เตรียมบังคับใช้มาตรฐาน Zero-Tap Sign-In ผ่าน Android Restore Credentials API ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้ล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ใหม่ได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องกดรหัสผ่าน ข้อกำหนดนี้จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2027 สำหรับแอปพลิเคชันทั่วไป ส่วนแอปพลิเคชันประเภทเกมจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับระบบยืนยันตัวตนในปี 2027
ที่มา: Android Developers Blog