Meta ประกาศเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ Muse Spark 1.3 เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบเอเจนต์ (Agentic) และการเขียนโค้ด ผู้ใช้งานเข้าถึงโมเดลผ่าน Muse Code และ Meta Model API โหมดการให้เหตุผลขั้นสูง (Max reasoning) จะพร้อมใช้งานหลังจากการทดสอบด้านความปลอดภัยเสร็จสิ้น
การทำงานแบบเอเจนต์ใน Muse Spark 1.3 ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเจกต์ระยะยาว โมเดลสามารถจัดการหลายเวิร์กโฟลว์ในเธรดเดียว สร้างบริบทจากข้อมูลหลากหลายแหล่ง และแก้ไขข้อผิดพลาดในแผนงานอัตโนมัติ ระบบจะถามคำถามเพื่อความชัดเจนเมื่อคำสั่งคลุมเครือ ขอความช่วยเหลือเมื่อระบบติดขัด และยืนยันก่อนดำเนินการสำคัญ
ความสามารถด้านการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) มีความแม่นยำสูงขึ้น โมเดลประเมินความสามารถและข้อจำกัดของตัวเองเพื่อลดปัญหาการสร้างข้อมูลเท็จ (Hallucination) การจัดการคำสั่งซับซ้อนและมีขนาดยาวมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า รักษารายละเอียดเงื่อนไขครบถ้วนไม่หลุดกรอบการทำงาน
สำหรับงานด้านการเขียนโค้ด โมเดลผ่านการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลระยะยาว ส่งผลให้รูปแบบการเขียนโค้ดสะอาดตาและกระชับขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 1.2 การประมวลผลเร็วและกินทรัพยากรน้อยลง การเรียกใช้เครื่องมือ (Tool calls) ลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ และใช้โทเค็น (Tokens) ลดลง 25 เปอร์เซ็นต์
ด้านความปลอดภัย Meta ปรับปรุงความทนทานต่อการโจมตีระบบ ป้องกันการแทรกแซงคำสั่ง (Prompt injections) อย่างรัดกุม โมเดลสามารถประเมินการกระทำที่ไม่สามารถย้อนกลับอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้การตัดสินใจมีความปลอดภัยสูง แผนงานในอนาคตเตรียมปล่อยโมเดลขนาดใหญ่ขึ้นและเตรียมเปิดโครงสร้างแบบ Open weights (โมเดลแบบเปิดน้ำหนักพารามิเตอร์) ให้ใช้งาน
ที่มา: Meta