X
MODIFY: Technology News
Technology, Innovation, and Education เทคนิดการใช้งาน สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เรื่องไอที

โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) บน iPhone คืออะไร

มาทำความรู้จัก Lockdown Mode ของ iPhone กัน

เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) ของ iPhone หลายท่านอยากจะทราบว่าฟีเจอร์นี้มีหน้าที่อะไร ทำงานอย่างไร และควรเปิดใช้งานดีหรือไม่ บทความนี้จะมาอธิบายสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโหมดล็อกดาวน์ ให้เข้าใจกัน

โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) คืออะไร

โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) บน iPhone เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้จากการโจมตีไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การแฮกและการสอดแนมที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ฟีเจอร์นี้ถูกพัฒนาเพื่อผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักวิจัย นักการเมือง และบุคคลที่มีความต้องการความปลอดภัยทางดิจิทัลสูง

โหมดล็อกดาวน์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากฟีเจอร์หลายๆ อย่างของอุปกรณ์จะถูกจำกัดหรือปิดใช้งาน ทำให้การใช้งานประจำวันไม่สะดวก แต่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูงในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง

การเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode)

การเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) บน iPhone ทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บน iPhone ของคุณ
  2. เลือก ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security)
  3. เลื่อนลงมาจนพบ โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode)
  4. แตะที่ โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode)
  5. เลือก เปิดโหมดล็อกดาวน์ (Turn On Lockdown Mode) (ระบบอาจให้ใส่ PassCode หรือการยืนยันอื่นๆ)
  6. ยืนยันการเปิดใช้งานโดยการอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโหมดล็อกดาวน์และแตะที่ เปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์ (Turn On Lockdown Mode)

เมื่อเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์ คุณจะต้องรีสตาร์ท iPhone ของคุณเพื่อให้การตั้งค่ามีผล

โปรดทราบว่าการเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์จะจำกัดการใช้งานฟีเจอร์บางอย่างของ iPhone เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ดังนั้นคุณควรเปิดใช้งานโหมดนี้เฉพาะในกรณีที่คุณมีความเสี่ยงสูงต่อการโจมตีทางไซเบอร์และต้องการการป้องกันขั้นสูงสุด

การปิดโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode)

ไปยังตำแหน่งเดียวกันและเลือกปิด

การถูกจำกัดเมื่อเปิดโหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) อะไรบ้าง

โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) บน iPhone จะจำกัดและปิดใช้งานฟีเจอร์หลายอย่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขั้นสูงสุด รายละเอียดการจำกัดและการปิดใช้งานในโหมดล็อกดาวน์มีดังนี้

  1. ข้อความ (Messages)
    • บล็อกไฟล์แนบที่ไม่ใช่รูปภาพ เช่น ไฟล์ PDF หรือไฟล์อื่นๆ
    • ฟีเจอร์บางอย่างของการดูตัวอย่างข้อความอาจถูกปิดใช้งาน
  2. การเชื่อมต่อเว็บ (Web Browsing)
    • ปิดใช้งานเทคโนโลยีบางอย่าง เช่น Just-In-Time (JIT) JavaScript ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีผ่านช่องโหว่ของเบราว์เซอร์
  3. การเชื่อมต่อและบริการต่างๆ
    • บล็อกการเชื่อมต่อและการสื่อสารผ่านอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อผ่าน USB หรือพอร์ตอื่นๆ เมื่ออุปกรณ์ล็อกอยู่
    • บล็อกการเชื่อมต่ออัตโนมัติผ่าน Wi-Fi กับเครือข่ายที่ไม่รู้จัก
  4. บริการของ Apple
    • บล็อกคำเชิญ FaceTime จากบุคคลที่ไม่ได้ติดต่อกับคุณมาก่อน
    • การโทร FaceTime กับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อจะถูกบล็อก
  5. อีเมล (Mail)
    • บล็อกการดาวน์โหลดไฟล์แนบและเนื้อหาจากอีเมลที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้ใช้
  6. บริการและแอปอื่นๆ
    • แอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับการอนุมัติจะถูกบล็อกจากการรันโค้ด JavaScript ที่เป็นอันตราย

โหมดล็อกดาวน์มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่ซับซ้อน ดังนั้น การจำกัดและการปิดใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ จะช่วยลดช่องโหว่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้

เราควรใช้งานโหมดล็อกดาวน์หรือไม่

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงสูงต่อการโจมตีไซเบอร์ขั้นสูงหรือการสอดแนม คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้โหมดล็อกดาวน์ (Lockdown Mode) ในชีวิตประจำวันของคุณ การเปิดใช้งานโหมดล็อกดาวน์จะจำกัดการใช้งานฟีเจอร์หลายๆ อย่างของ iPhone ซึ่งอาจทำให้การใช้งานประจำวันไม่สะดวก

ฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่นๆ บน iPhone ที่คุณควรพิจารณาใช้แทนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยไม่ต้องจำกัดการใช้งาน เช่น

  1. การใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง ตั้งค่ารหัสผ่านที่ยาวและซับซ้อนสำหรับ Apple ID และอุปกรณ์ของคุณ
  2. การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication): ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของ Apple ID โดยต้องใช้รหัสผ่านและรหัสยืนยันเพิ่มเติม
  3. การสำรองข้อมูล (Backup) สำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล
  4. การอัปเดตระบบปฏิบัติการ อัปเดต iOS และแอปพลิเคชันของคุณให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพื่อป้องกันช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  5. การระมัดระวังการดาวน์โหลดและการเปิดไฟล์แนบ หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และระวังการเปิดไฟล์แนบจากอีเมลหรือข้อความที่ไม่รู้จัก
  6. การตรวจสอบการอนุญาตของแอปพลิเคชัน ตรวจสอบและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและฟีเจอร์ต่างๆ ของแอปพลิเคชันที่ติดตั้งในเครื่องของคุณ

การใช้ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความปลอดภัยในการใช้งาน iPhone โดยไม่ต้องใช้โหมดล็อกดาวน์ที่จำกัดฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์