Apple ได้เปิดตัว Mac mini รุ่นใหม่ พร้อมชิป M4 Pro ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้ง CPU และ GPU โดยชิป M4 Pro นี้มีแกนประมวลผลทั้งหมด 14 คอร์ (แบ่งเป็น 10 คอร์ประสิทธิภาพสูง และ 4 คอร์ประหยัดพลังงาน) และรองรับ RAM สูงสุดถึง 64GB นอกจากนี้ยังมี Thunderbolt 5 ซึ่งให้ความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดถึง 120 Gbps เป็นครั้งแรกใน Mac mini รุ่นใหม่
ชิป M4 Pro ได้รับการปรับปรุงให้มีจำนวนคอร์ประมวลผลสูงขึ้นกว่าชิป M3 Pro เพิ่มความเร็วในการทำงานแบบมัลติเธรดภายใต้ภาระงานหนักได้มากยิ่งขึ้น โดย Mac mini รุ่นพื้นฐานของ M4 Pro จะมาพร้อมกับ CPU แบบ 12 คอร์ และ GPU 16 คอร์ และถ้าอัปเกรดเป็นรุ่นสูงสุดจะได้ CPU 14 คอร์ และ GPU 20 คอร์
การสนับสนุน Thunderbolt 5 นั้นจำกัดเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป M4 Pro ซึ่งมีพอร์ต Thunderbolt 5 ทั้งหมด 3 พอร์ตที่ด้านหลังตัวเครื่อง ส่วนด้านหน้ามีพอร์ต USB-C ความเร็วระดับ USB 3 จำนวน 2 พอร์ต และช่องต่อหูฟัง โดย Thunderbolt 5 นี้สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า Thunderbolt 4 ถึงสามเท่า
นอกจากนี้ ชิป M4 Pro ยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงถึง 273 GB/s ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 80% จากชิป M3 Pro ช่วยให้รองรับการทำงานด้าน AI และกราฟิกที่ซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเด่นของชิป M4 Pro
- CPU แบบ 14 คอร์: ชิป M4 Pro มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบ 14 คอร์ แบ่งออกเป็น 10 คอร์ประสิทธิภาพสูงและ 4 คอร์ประหยัดพลังงาน ซึ่งทำให้สามารถประมวลผลงานที่ต้องการกำลังสูงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ลื่นไหล
- GPU แบบ 20 คอร์: ชิปนี้มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) จำนวน 20 คอร์ พร้อมระบบเรย์เทรซซิ่งแบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งช่วยให้การสร้างภาพในเกมและงานกราฟิกต่างๆ มีความสมจริงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น GPU นี้ยังช่วยในการเรนเดอร์ภาพ 3D และทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์การสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- รองรับแรมสูงสุดถึง 64GB: ชิป M4 Pro รองรับหน่วยความจำแบบ unified memory สูงสุด 64GB (ตัว M4 รองรับสูงสุดแค่ 32GB) พร้อมแบนด์วิดท์หน่วยความจำถึง 273 GB/s ซึ่งทำให้สามารถทำงานด้าน AI และการประมวลผลภาพขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยแบนด์วิดท์นี้เป็นสองเท่าของชิปสำหรับงาน AI ที่มีอยู่ในท้องตลาด
- Thunderbolt 5: ชิป M4 Pro มาพร้อมกับการรองรับ Thunderbolt 5 ซึ่งมีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงถึง 120 Gb/s และสามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้มากขึ้น รวมถึงการเชื่อมต่อจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูง โดย Mac mini ที่ใช้ชิป M4 Pro นี้สามารถรองรับจอภาพความละเอียด 6K ได้ถึงสามจอพร้อมกัน
- Neural Engine รุ่นใหม่: ชิป M4 Pro มี Neural Engine ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยสามารถทำงานด้านการประมวลผล AI ได้เร็วขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รองรับการใช้งาน Apple Intelligence ได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การปรับแต่งภาพด้วย Image Playground และการสร้าง Genmoji ได้อย่างรวดเร็ว
การเชื่อมต่อและพอร์ต
Mac mini ที่ใช้ชิป M4 Pro นี้มาพร้อมกับพอร์ตที่หลากหลาย ได้แก่
- พอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 3 พอร์ต
- พอร์ต USB-C สำหรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว
- พอร์ต HDMI ที่สามารถเชื่อมต่อจอภาพได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแปลง
- Gigabit Ethernet (รองรับการอัปเกรดเป็น 10Gb Ethernet)
- ช่องต่อหูฟังที่รองรับหูฟังที่มีความต้านทานสูง
การประมวลผลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ชิป M4 Pro มาพร้อมกับการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพทั้งในด้าน single-threaded และ multi-threaded โดยเมื่อเปรียบเทียบกับ Mac mini ที่ใช้ Intel Core i7 พบว่า
- มีความเร็วในการทำงานกับสเปรดชีตบน Microsoft Excel เพิ่มขึ้น 4 เท่า
- ทำงานด้าน scene-edit detection ใน Adobe Premiere Pro ได้เร็วขึ้น 9.4 เท่า
- ประมวลผล AI speech-to-text ในแอป MacWhisper ได้เร็วขึ้นถึง 20 เท่า
- ประมวลผล DNA sequencing ใน Oxford Nanopore MinKNOW ได้เร็วขึ้นถึง 26 เท่า
ชิป M4 Pro ที่ใช้ใน Mac mini รุ่นล่าสุดนี้เป็นการยกระดับประสิทธิภาพในหลายด้าน ทั้งการประมวลผลที่ทรงพลัง การประหยัดพลังงาน การรองรับการทำงานด้าน AI และการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ทำให้ Mac mini นี้เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการขุมพลังในการสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพ
ชิป M4 Pro เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับ Mac mini รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ทำให้ Mac mini มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม โดย Mac mini รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับชิป Apple Silicon แบบ M4 และ M4 Pro โดยเฉพาะ ทำให้มีการย่อขนาดตัวเครื่องให้กะทัดรัดยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการประมวลผลและการใช้งานกราฟิกขั้นสูง
นอกจากนี้ ชิป M4 Pro ยังรองรับ Thunderbolt 5 เป็นครั้งแรกใน Mac mini ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกและการถ่ายโอนข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Mac mini ที่พัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน
ที่มา – Apple