รัฐบาลกรีซประกาศเตรียมบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน มกราคมปีหน้า เป็นต้นไป เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต อาการวิตกกังวล และปัญหาการนอนหลับที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน
Kyriakos Mitsotakis นายกรัฐมนตรีกรีซ เปิดเผยผ่านวิดีโอใน TikTok เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นมาตรการที่ยากแต่จำเป็น เนื่องจากผู้ปกครองและเยาวชนจำนวนมากสะท้อนปัญหาความเหนื่อยล้าจากการเปรียบเทียบ ความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ และแรงกดดันที่ต้องออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบธุรกิจของโซเชียลมีเดียที่จงใจออกแบบมาให้เสพติดและแย่งชิงความสนใจของผู้ใช้งาน
นอกจากมาตรการในประเทศแล้ว นายกฯ กรีซยังได้ส่งจดหมายถึง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อผลักดันให้เกิดกรอบกฎหมายร่วมกันของ EU เพื่อคุ้มครองเยาวชน โดยมีข้อเสนอหลักในการบังคับใช้ ได้แก่:
- บังคับใช้ระบบยืนยันอายุสำหรับผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 15 ปีในทุกแพลตฟอร์ม
- บังคับใช้มาตรการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กกลุ่มวัยดังกล่าวทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป
- กำหนดให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องตรวจสอบอายุผู้ใช้งานซ้ำทุกๆ 6 เดือน
ความเคลื่อนไหวของกรีซเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ก่อนหน้านี้ออสเตรเลียได้ออกกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok, YouTube และ Snapchat ลบบัญชีผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี มิฉะนั้นจะถูกปรับอย่างหนัก ขณะที่สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ออสเตรีย และสเปน ก็กำลังพิจารณาหรือเตรียมออกมาตรการในลักษณะเดียวกัน ทางด้านบริษัทโซเชียลมีเดียโต้แย้งว่าการแบนแบบเหมารวมจะไม่ได้ผล บังคับใช้ได้ยาก และอาจทำให้วัยรุ่นที่เปราะบางถูกโดดเดี่ยว โดยปัจจุบัน Reddit กำลังยื่นฟ้องศาลเพื่อคัดค้านกฎหมายของออสเตรเลีย
ประเด็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะลูกขุนในสหรัฐฯ เพิ่งมีคำตัดสินให้ Meta และ Google มีความผิดฐานจงใจสร้างแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดการเสพติดจนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของหญิงสาวรายหนึ่งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งทั้งสองบริษัทระบุว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินและเตรียมยื่นอุทธรณ์ โดย Meta ยืนยันว่าปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นเป็นเรื่องซับซ้อนและไม่สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันใดแอปพลิเคชันหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้
ที่มา: BBC