วิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกและกระแสปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบต่อราคาการ์ดจอทุกระดับ Nvidia ปรับขึ้นราคา RTX Pro 6000 สถาปัตยกรรม Blackwell แตะระดับ 13,250 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 55% จากราคาเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา
ชิปประมวลผลกราฟิกรุ่นดังกล่าวมีตัวเลือกสามรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน รุ่น Workstation Edition และ Max-Q Workstation Edition ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่วน Server Edition เน้นเจาะกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ระดับศูนย์ข้อมูล การ์ดจอเหล่านี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคมด้วยราคา 8,565 ดอลลาร์สหรัฐ และเป็นสินค้าพรีเมียมยอดนิยมในกลุ่มประมวลผลงานระดับมืออาชีพ
ราคาหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของค่ายเขียวระบุรุ่นปกติไว้ที่ 13,250 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แบรนด์ PNY RTX Pro 6000 Blackwell มีราคา 11,359.99 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาขายปลีกแนะนำ (MSRP) ประมาณ 14% อย่างไรก็ตามราคาบนเว็บไซต์หลักอาจไม่ใช่ราคาถูกที่สุดเสมอไป ร้านค้าปลีกอย่าง Newegg วางจำหน่ายรุ่นปกติในราคา 12,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ ประหยัดกว่าการสั่งซื้อผ่านช่องทางหลักถึง 9%
สินค้าบางรุ่นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมาจากผู้ขายบุคคลที่สามหรือเป็นสินค้าระดับ OEM (สินค้าสำหรับผู้ประกอบระบบหรือลูกค้าองค์กร) สินค้ากลุ่มนี้มักเน้นการขายส่งและไม่มีแพ็กเกจกล่องสวยงามสำหรับผู้บริโภคทั่วไป นอกจากนี้ร้านค้าปลีกบางแห่งยังตั้งราคาบวกเพิ่มสูงมาก ตัวอย่างเช่นรุ่น Server Edition มีราคาสูงถึง 14,999 ดอลลาร์สหรัฐบนร้านค้าภายนอก
แนวโน้มราคาการ์ดจอทั้งกลุ่มเกมมิงและเวิร์กสเตชันยังคงไม่มีทีท่าจะปรับตัวลดลงในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทิศทางราคาจะยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อไปจนกว่าปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะคลี่คลาย ผู้บริโภคควรตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
ที่มา: Tom’s Hardware