คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NTSB) เปิดเผยความคืบหน้าอุบัติเหตุรถยนต์ Tesla พุ่งชนบ้านพักในเมืองเคที รัฐเทกซัส ส่งผลให้ Martha Avila วัย 76 ปีเสียชีวิต ข้อมูลจากระบบบันทึกของตัวรถชี้ชัดว่า Michael Butler วัย 44 ปี ผู้ขับขี่ เหยียบคันเร่งเต็ม 100% ทับซ้อนการทำงานของระบบ Full Self-Driving (Supervised) (ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ) ส่งผลให้ตัวรถเร่งความเร็วทะลุ 70 ไมล์ต่อชั่วโมงขณะวิ่งบนถนน Rose Hollow Lane (ถนนเขตชุมชนจำกัดความเร็ว 30 ไมล์ต่อชั่วโมง)
กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุบันทึกภาพรถยนต์คันดังกล่าวเร่งความเร็วพุ่งข้ามทางแยก เสียหลักหลุดออกจากถนน และชนเข้ากับตัวบ้านพัก สภาพแวดล้อมขณะเกิดเหตุมีทัศนวิสัยแจ่มใส ถนนแห้ง และเป็นเวลากลางวัน ครอบครัวของ Martha Avila ยื่นฟ้องร้อง Michael Butler และ Tesla ฐานประมาทเลินเล่อ ขณะเดียวกัน Michael Butler เผชิญข้อหาฆ่าคนตายจากเหตุการณ์นี้
Michael Butler อ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองหมดสติระหว่างเปิดใช้งานระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่สืบสวนตรวจสอบประวัติการใช้อินเทอร์เน็ตของ Michael Butler พบข้อมูลการค้นหาเกี่ยวกับการทำงานของซอฟต์แวร์ลักษณะตำหนิว่าไม่มีความดุดันเพียงพอ ประโยคค้นหาประกอบด้วยข้อความ “Tesla FSD not aggressive enough 2026” และ “Tesla FSD too timid”
ข้อมูลสืบสวนจาก NTSB สอดคล้องกับคำชี้แจงของ Tesla หลังเกิดเหตุ Elon Musk CEO ออกมายืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติออกแบบมาให้รถวิ่งช้าผ่านถนนในหมู่บ้าน การพุ่งชนด้วยความเร็วสูงขัดแย้งกับหลักการทำงานของซอฟต์แวร์ เงื่อนไขการใช้งานของ Tesla บังคับให้ผู้ขับขี่ต้องมีสมาธิมองถนนและพร้อมเข้าควบคุมพวงมาลัยตลอดเวลา
ที่มา: TechCrunch