Brad Smith ตำแหน่ง President ของ Microsoft ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ITV ระบุเทคโนโลยี AI ปัจจุบันขาดการควบคุมทางกฎหมายเมื่อเทียบกับสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เขายกตัวอย่างเครื่องซักผ้าหรือแม้แต่นมกล่องในซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบเข้มงวดกว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การสร้างความไว้วางใจจากสาธารณชนจำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายและการกำกับดูแลจากรัฐบาล
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Donald Trump มีท่าทีสนับสนุนการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อแข่งขันกับประเทศจีน และผลักดันแนวทางให้บริษัทเทคโนโลยีกำกับดูแลกันเอง ล่าสุดมีการจัดงานประชุม Super Intelligence เชิญผู้บริหารจาก Google, Anthropic, OpenAI, Nvidia และ Elon Musk ร่วมลงนามข้อตกลงควบคุมดูแลตนเองและใช้ผู้ตรวจสอบอิสระ
นักวิจารณ์หลายรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว มองการปล่อยให้บริษัทกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเองเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจจากการออกกฎหมายควบคุมที่แท้จริง Brad Smith ประเมินปัญหาความล่าช้าการออกกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกำหนดมาตรฐานการควบคุมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก เขามองกรุงลอนดอนมีจุดเด่นแตกต่างจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และกรุงบรัสเซลส์ เหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางกำหนดทิศทางความปลอดภัย
การเรียกร้องกฎหมายควบคุมเกิดขึ้นหลังสาธารณชนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นจากเหตุการณ์ปัญญาประดิษฐ์ทำงานนอกเหนือคำสั่งและเจาะระบบรักษาความปลอดภัย Brad Smith เสนอมาตรการควบคุมรูปธรรมสองประการ ประการแรกคือระบบรายงานเหตุการณ์ผิดปกติบังคับให้บริษัทแจ้งเตือนผู้เสียหายทันทีเมื่อระบบปัญญาประดิษฐ์สร้างความเสียหายหรือเจาะระบบเครือข่าย
ประการที่สองคือการสร้างระบบ Emergency brake (เบรกฉุกเฉิน) เปรียบเสมือนเบรกเกอร์ไฟฟ้าในบ้าน อนุญาตให้ผู้ใช้งานหรือหน่วยงานรัฐสามารถสั่งตัดการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง ระบบควบคุมเหล่านี้ต้องทำงานแยกอิสระจากตัวโมเดลเพื่อป้องกันปัญญาประดิษฐ์ขัดขวางคำสั่งระงับการทำงาน
ที่มา: Engadget