Tesla พุ่งชนบ้านทำหญิงสูงวัยเสียชีวิต คนขับชี้แจงใช้ Autopilot หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบด่วน
เกิดอุบัติเหตุในรัฐเท็กซัสเมื่อรถยนต์ Tesla Model 3 เสียหลักพุ่งชนบ้านพักอาศัยด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้ Martha Avila หญิงชราวัย 76 ปีเสียชีวิตคาที่ Michael Butler ผู้ขับขี่อ้างต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเปิดใช้งาน Autopilot (ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ) ขณะเกิดเหตุ ตำรวจยืนยันว่าผู้ขับขี่ไม่มีอาการมึนเมาและกำลังให้ความร่วมมืออธิบายการทำงานของระบบรถยนต์
NHTSA (องค์การบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา) ประกาศตั้งทีมสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ เหตุการณ์โศกนาฏกรรมตอกย้ำข้อกังขาด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีช่วยขับขี่ สวนทางกับแคมเปญโฆษณาของ Tesla มักนำเสนอภาพผู้ใช้งานปล่อยมือจากพวงมาลัย แม้คู่มือรถยนต์ระบุชัดเจนบังคับผู้ขับขี่จับพวงมาลัยตลอดเวลา
เหตุการณ์ชนบ้านเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทรถยนต์กำลังผลักดันรัฐบาลผ่อนปรนกฎระเบียบความปลอดภัยยานยนต์ไร้คนขับ ข้อเสนอต้องการถอดหน้าจอบอกตำแหน่งเกียร์และระบบควบคุมที่ปัดน้ำฝนออกจากรถยนต์อัตโนมัติ อ้างว่าระบบกล้องตรวจจับอัจฉริยะทำงานแทนมนุษย์สมบูรณ์แบบ กลุ่ม Advocates for Highway and Auto Safety (องค์กรสนับสนุนความปลอดภัยบนทางหลวงและยานยนต์) คัดค้านการผ่อนปรนกฎระเบียบพร้อมชี้ว่าสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงยังคงพุ่งสูง
Jonathan Morrison ผู้อำนวยการหน่วยงานความปลอดภัยทางหลวงแถลงเป้าหมายว่าปี 2026 คือช่วงเวลาสำคัญของการผลักดันกฎหมายยานยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ รัฐบาลชุดปัจจุบันมีแนวคิดลดข้อจำกัดทางกฎหมาย โครงสร้างการทำงานของหน่วยงานถูกปรับเปลี่ยนหลัง Elon Musk ตำแหน่ง CEO นำทีมปฏิรูปรัฐบาลตัดลดงบประมาณและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยรถยนต์อัตโนมัติ
ความล่าช้าในการสืบสวนและท่าทีของรัฐบาลสร้างความกังวลให้ผู้บริโภค ก่อนหน้านี้ในปี 2023 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเคยเรียกคืนรถยนต์ระบบควบคุมอัตโนมัติมากกว่า 2 ล้านคันหลังพบปัญหาผู้ขับขี่ละเลยความสนใจบนถนน สำหรับคดีพุ่งชนบ้านล่าสุด ครอบครัวผู้สูญเสียยังคงพักอาศัยในโรงแรมและรอคอยผลสรุปว่าอุบัติเหตุเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์หรือระบบคอมพิวเตอร์
ที่มา: Ars Technica
Leave a Reply