พนักงาน Automattic 159 คนลาออก ท่ามกลางข้อพิพาทระหว่างซีอีโอและ WP Engine
ช่วงนี้โลกของ WordPress กำลังเกิดประเด็นร้อนแรง เมื่อ Matt Mullenweg ซีอีโอของ Automattic ผู้ร่วมก่อตั้ง WordPress ได้มีข้อพิพาทกับ WP Engine บริษัทที่ให้บริการโฮสต์เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นด้วย WordPress สาเหตุหลักมาจากการที่ Mullenweg ออกมาวิจารณ์ WP Engine ว่าปิดการใช้งานฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถดูประวัติการแก้ไขโพสต์ ซึ่งเขามองว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญในการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ นอกจากนี้ เขายังโจมตี WP Engine ว่าใช้ชื่อ WordPress และ WooCommerce ในทางที่อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด
เมื่อข้อพิพาทบานปลาย WP Engine ได้ตอบโต้ด้วยการส่งจดหมายขอให้ Automattic ยุติคำพูดที่กล่าวถึงบริษัท รวมถึงยื่นฟ้อง Automattic และ Mullenweg ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของ WordPress ในฐานะซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ทุกคนควรเข้าถึงได้อย่างอิสระ
ในระหว่างข้อพิพาทนี้ พนักงานของ Automattic จำนวน 159 คนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารของ Mullenweg และทิศทางที่ WordPress กำลังจะไป ได้เลือกที่จะลาออก โดยพนักงานส่วนใหญ่ที่ลาออกทำงานเกี่ยวข้องกับ WordPress โดยตรง
พนักงานที่ตัดสินใจลาออกในครั้งนี้ได้รับแพ็กเกจชดเชยจาก Automattic โดยบริษัทเสนอเงินจำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเงินเดือน 6 เดือน แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะมากกว่า เพื่อให้การตัดสินใจลาออกนั้นน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พนักงานที่ยอมรับข้อเสนอนี้จะไม่สามารถกลับมาทำงานที่ Automattic ได้อีก โดย Mullenweg ได้กล่าวในบล็อกโพสต์ของเขาว่า พนักงานที่ลาออกนั้นคิดเป็นประมาณ 8.4% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท
ส่วนใหญ่ของพนักงานที่ลาออกทำงานในฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ WordPress โดยตรง เช่น การพัฒนาและดูแล Ecosystem ของ WordPress ซึ่งการลาออกของพนักงานจำนวนมากนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับชุมชนผู้พัฒนาและผู้ใช้ WordPress ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อทีมที่ทำงานในโปรเจกต์อื่น ๆ ของ Automattic เช่น Tumblr และ Pocket Casts
แม้จะมีการลาออกครั้งใหญ่ แต่ Mullenweg พยายามมองในแง่บวก โดยระบุว่า พนักงานส่วนที่เหลือจำนวน 91.6% ของบริษัทเลือกที่จะอยู่ต่อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อทิศทางและวิสัยทัศน์ของบริษัท
เรื่องราวนี้สร้างความกังวลให้กับชุมชนผู้ใช้ WordPress และนักพัฒนา เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานและการพัฒนาแพลตฟอร์มในอนาคต
ที่มา – techcrunch
Leave a Reply