X
MODIFY: Technology News
Technology, Innovation, and Education เทคนิดการใช้งาน สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เรื่องไอที

Quantum Machines และ Nvidia ใช้ Machine Learning เพื่อพัฒนา Quantum Computer พร้อมปรับปรุงเทคนิค Quantum Error Correction

ความก้าวหน้าของการพัฒนา Quantum Computer ด้วย ใช้ Machine Learning

Quantum Machines และ Nvidia ได้ร่วมมือกันใช้ Machine Learning เพื่อพัฒนา Quantum Computer ให้เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น โดยเน้นการแก้ไขปัญหาที่เรียกว่า Quantum Error Correction ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมทำงานได้แม่นยำขึ้น แม้จะมีข้อผิดพลาดระหว่างการคำนวณ

ทั้งสองบริษัทใช้เทคโนโลยีของ Nvidia ร่วมกับอัลกอริธึม Machine Learning เพื่อปรับแต่งการควบคุม qubit หรือหน่วยข้อมูลใน Quantum Computer โดยเฉพาะการปรับแต่ง “π pulses” ซึ่งช่วยควบคุมการหมุนของ qubit เพื่อรักษาความเสถียรและประสิทธิภาพของระบบ

ผลจากความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่า การปรับแต่งระบบอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำของ Quantum Computer ได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา Quantum Computer ที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้เอง

ความสำเร็จนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยทีมงานคาดหวังว่าจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับ Quantum Computer ขนาดใหญ่ในอนาคต และทำให้การพัฒนา Quantum Computer ก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับ

ที่มา – techcrunch.com

Quantum Computer คืออะไร

Quantum Computer หรือ คอมพิวเตอร์ควอนตัม คือรูปแบบของคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลักการทางควอนตัมฟิสิกส์ในการประมวลผลข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Classical Computer) ที่ใช้บิต (bit) ในการแทนข้อมูลเป็น 0 หรือ 1 แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้ ควอนตัมบิต หรือ คิวบิต (qubit) ซึ่งสามารถอยู่ในสถานะ 0, 1 หรือทั้งสองสถานะพร้อมกัน (เรียกว่า Superposition)

คุณสมบัติสำคัญของ Quantum Computer

  • Superposition: คิวบิตสามารถอยู่ในหลายสถานะพร้อมกัน ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้หลายชุดในเวลาเดียวกัน
  • Entanglement: คิวบิตที่ถูกพันกัน (Entangled) จะมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง แม้จะอยู่ห่างกัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล
  • Quantum Interference: การแทรกแซงควอนตัมช่วยในการเพิ่มโอกาสของผลลัพธ์ที่ถูกต้อง และลดโอกาสของผลลัพธ์ที่ผิดพลาด

ประโยชน์ของ Quantum Computer

  • การคำนวณที่ซับซ้อน: เช่น การถอดรหัสลับที่ใช้เวลานานในคอมพิวเตอร์ทั่วไป
  • การจำลองโมเลกุล: ช่วยในการพัฒนายาและวัสดุใหม่
  • การเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization): ใช้ในโลจิสติกส์และการวางแผนที่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม Quantum Computer ยังอยู่ในระยะพัฒนา และยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากยังต้องแก้ไขเรื่องการเสถียรและปราศจากข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction)

Quantum Error Correction คืออะไร

Quantum Error Correction หรือ การแก้ไขข้อผิดพลาดควอนตัม คือกระบวนการที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ควอนตัมเพื่อป้องกันและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการประมวลผลข้อมูลควอนตัม ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจเกิดจากสภาวะแวดล้อมภายนอก เช่น ความร้อน หรือการรบกวนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสถานะของควอนตัมบิต (qubit)

ความสำคัญของ Quantum Error Correction

เนื่องจากควอนตัมบิตมีความไวต่อการรบกวน (Decoherence) และข้อผิดพลาด เช่น:

  1. Bit-flip error: ข้อผิดพลาดที่สถานะของคิวบิตเปลี่ยนจาก 0 เป็น 1 หรือจาก 1 เป็น 0
  2. Phase-flip error: ข้อผิดพลาดที่เฟสของคิวบิตเปลี่ยนไป ทำให้ข้อมูลที่เก็บไว้ผิดพลาด
  3. Decoherence: การสูญเสียสถานะควอนตัมของคิวบิต ซึ่งทำให้การคำนวณไม่แม่นยำ

หลักการทำงานของ Quantum Error Correction

  1. Redundancy: ใช้คิวบิตเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของคิวบิตที่ใช้งานจริง
  2. Syndrome Measurement: การตรวจสอบข้อผิดพลาดโดยไม่รบกวนสถานะควอนตัมเดิมของระบบ
  3. Error Recovery: การแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตรวจพบโดยใช้คิวบิตเพิ่มเติมและการวัดผลที่เหมาะสม

ตัวอย่าง Quantum Error Correction Code

  1. Shor Code: ใช้ 9 คิวบิตในการแก้ไขข้อผิดพลาดทั้ง Bit-flip และ Phase-flip
  2. Surface Code: เป็นหนึ่งในโค้ดที่นิยมใช้และสามารถปรับขยายได้ง่าย

ประโยชน์ของ Quantum Error Correction

Quantum Error Correction เป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้ Quantum Computer สามารถประมวลผลได้อย่างถูกต้องและเสถียร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเพิ่มจำนวนคิวบิตในระบบ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนา Quantum Computer ให้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์