Meta ได้แต่งตั้ง Clara Shih อดีต CEO ของ AI ที่ Salesforce ให้มาเป็นผู้นำทีมใหม่ที่ชื่อว่า Business AI Group ซึ่งจะพัฒนาเครื่องมือ AI สำหรับธุรกิจที่ใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta ในการเข้าถึงผู้บริโภค ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Meta และ Clara Shih ได้โพสต์บน LinkedIn เกี่ยวกับบทบาทใหม่ของเธอ
เป้าหมายของ Business AI Group
Shih ระบุว่า วิสัยทัศน์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่นี้คือการทำให้ AI ล้ำสมัยเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในยุคของ AI กลุ่มนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือ AI บนพื้นฐานของ Llama โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Meta พัฒนาขึ้น
เป้าหมายหลัก
- เสริมศักยภาพให้ธุรกิจสร้างโฆษณาและเนื้อหาบน Instagram, Facebook, และ WhatsApp
- อาจมีเครื่องมือสำหรับสร้างโฆษณาแบบ AI-Generated ซึ่งเป็นทิศทางใหม่ที่ Meta เริ่มผลักดันในแพลตฟอร์ม
Meta มีรูปแบบธุรกิจเกี่ยวกับ AI ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น OpenAI และ Google โดย Meta ไม่ขายการสมัครสมาชิก AI Chatbot เพื่อสร้างรายได้ แต่เน้นการใช้โมเดล Llama เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันของตนให้มีคุณภาพมากขึ้น
Meta อาจเลือกให้เครื่องมือ AI เหล่านี้ใช้งานได้ฟรี เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท หรืออาจเลือกขายเครื่องมือเหล่านี้ในอนาคต นอกจากนี้ การเพิ่มเนื้อหา AI-generated ลงในแพลตฟอร์ม เช่น การแนะนำเนื้อหาแบบ AI หรือการใช้แชทบอทใน Instagram ยังช่วยขยายศักยภาพให้กับผู้ใช้งาน
ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วม Meta Shih เคยนำทีมด้าน AI ที่ Salesforce แต่การดำเนินงานด้าน AI ของบริษัทไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีนัก หุ้น Salesforce เคยตกลงอย่างหนักในเดือนพฤษภาคม 2024 เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าบริษัทพลาดโอกาสในตลาด AI แม้ว่าจะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนา AI Agentforce แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างผลกระทบที่ชัดเจนในตลาด
ที่ Meta Shih จะได้รับโอกาสสร้างสิ่งใหม่ โดยเธอเคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Meta ในปี 2009 ชื่อ “The Facebook Era” ซึ่งสะท้อนถึงความรู้และมุมมองของเธอที่มีต่อบริษัท
John Hegeman รองประธานฝ่าย Monetization ของ Meta กล่าวว่า AI ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ กลุ่ม Business AI ภายใต้การนำของ Shih จะช่วยให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นจริง
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามของ Meta ในการเป็นผู้นำด้าน AI สำหรับธุรกิจ โดยใช้แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลกเป็นจุดแข็งในยุค AI ที่กำลังเติบโต
ที่มา – techcrunch.com