ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษสกัดดีลชิป HieFo-Emcore เหตุความมั่นคงและอิทธิพลจีน สั่งถอนการลงทุนทันทีภายใน 180 วัน

chip USA-China

ะงับการเข้าซื้อสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท HieFo Corp ในบริษัท Emcore ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศและป้องกันประเทศ โดยระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรง


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจฝ่ายบริหารลงนามในคำสั่งพิเศษเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อระงับการเข้าซื้อสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท HieFo Corp ในบริษัท Emcore ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศและป้องกันประเทศ โดยระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรง

ในแถลงการณ์จากทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าบริษัท HieFo Corp ซึ่งจดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์ มีโครงสร้างการบริหารที่ “ถูกควบคุมโดยพลเมืองของสาธารณรัฐประชาชนจีน” ซึ่งการเข้าครอบครองกิจการของ Emcore ตั้งแต่ปี 2024 นั้น อาจนำไปสู่การดำเนินการที่บั่นทอนความปลอดภัยและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

คำสั่งดังกล่าวระบุชัดเจนให้บริษัท HieFo ต้องดำเนินการ ถอนการลงทุน (Divest) และตัดขาดสิทธิในทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจาก Emcore ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินทางปัญญา, อุปกรณ์การผลิต หรือสัญญาทางธุรกิจ ภายในระยะเวลา 180 วัน เว้นแต่จะได้รับการผ่อนปรนจากคณะกรรมการการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐฯ (CFIUS)

แม้ว่ามูลค่าของธุรกรรมนี้จะอยู่ที่เพียงประมาณ 2.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องแทรกแซงคือประเภทของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยสินทรัพย์ดังกล่าวรวมถึง

  • ธุรกิจชิปดิจิทัล: ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง
  • โรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ อินเดียมฟอสไฟด์ (Indium Phosphide – InP): วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่เป็นหัวใจหลักของระบบนำวิถีในขีปนาวุธ, เรดาร์ทางการทหาร, และโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารยุคหน้า (5G/6G) เนื่องจากมีความเร็วในการนำส่งสัญญาณแสงสูงกว่าซิลิคอนทั่วไป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการสืบสวนเชิงลึกโดย คณะกรรมการการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐฯ (CFIUS) ซึ่งตรวจพบความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่ระบุเจาะจงไม่ได้สู่สาธารณะ แต่ส่งผลให้ประธานาธิบดีมีอำนาจเต็มในการสั่งยกเลิกดีลย้อนหลัง แม้การเจรจาจะเสร็จสิ้นไปแล้วกว่าหนึ่งปีก็ตาม

นักวิเคราะห์มองว่า การใช้อำนาจครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบาย “Zero Tolerance” ของรัฐบาลทรัมป์ต่อการที่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับจีน จะเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่อ่อนไหวของอเมริกา โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีลักษณะการใช้งานแบบสองทาง (Dual-use) ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร

การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของมูลค่าเม็ดเงิน แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตรวจสอบทุกดีลอย่างเข้มงวดหากมีความเกี่ยวข้องกับจีนและเทคโนโลยีทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงที่สงครามเย็นทางเทคโนโลยีกำลังทวีความรุนแรงในปี 2026 นี้

ที่มา – Reuters

Share This :
About modify 6790 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.