ประมาณการกำไร Intel เหลือเพียง 13 เซนต์ต่อหุ้น ท่ามกลางภาระต้นทุนธุรกิจ Foundry และความต้องการชิป PC ที่ชะลอตัว
บริษัท Intel ได้ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการสำหรับไตรมาสแรกของปี 2026 โดยระบุตัวเลขรายได้และกำไรที่ต่ำกว่าการประเมินของนักวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงทันที 13% (นอนนี้กลับมานิ่งๆที่ประมาณ 11%) ในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ ปัจจัยหลักเกิดจากความต้องการในกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่ชะลอตัวลง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเร่งลงทุนในส่วนงานรับจ้างผลิตชิป (Foundry)

ในด้านรายละเอียดทางการเงิน Intel ประเมินรายได้รวมในไตรมาสแรกไว้ที่ช่วง 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึง 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทประเมินไว้ที่ 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจาก LSEG ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุง (Adjusted EPS) คาดว่าจะอยู่ที่ 0.13 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหุ้น ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.33 ดอลลาร์สหรัฐ หรือต่ำกว่าเป้าหมายถึง 60% นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 44.5% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากรายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการผลิตใหม่
จากรายงานระบุว่ารายได้จากส่วนงาน Data Center and AI กำลังเผชิญกับความท้าทายเนื่องจากงบประมาณขององค์กรส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนทิศทางไปลงทุนในชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของคู่แข่งเพื่อรองรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนการใช้ชิปประมวลผลกลาง (CPU) ของบริษัทที่มีอัตรากำไรสูงกว่า นอกจากนี้ ธุรกิจ Intel Foundry ยังคงเป็นส่วนงานที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงเนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีการผลิตตามแผนการฟื้นฟูองค์กรที่ประกาศโดย CEO Pat Gelsinger
กลไกการตรวจสอบข้อมูลระบุว่าตัวเลขหุ้นที่ลดลง 13% นี้เป็นผลจากการรายงานราคาในช่วง After-hours ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงต่อความเร็วในการฟื้นตัวของบริษัท โดยข้อมูลทางการเงินทั้งหมดอ้างอิงจากการแถลงข่าวผลประกอบการรายไตรมาสต่อผู้ถือหุ้นและการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด ซึ่งบริษัทมีกำหนดรายงานผลการดำเนินงานจริงเมื่อสิ้นสุดไตรมาสเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับประมาณการในครั้งนี้อีกครั้ง
ที่มา: Reuters
Leave a Reply