สรุปข้อมูล iPhone Fold คาดเปิดตัวปลายปี 2026 พร้อมนวัตกรรมหน้าจอไร้รอยพับและวัสดุ Liquidmetal
แม้ว่า Apple จะยังไม่ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลจากนักวิเคราะห์และแหล่งข่าวหลุดหลายแห่งเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกกันว่า iPhone Fold โดยรายงานล่าสุดระบุว่า Apple ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมมากกว่าจะเป็นเพียงการทดลองตลาดทั่วไป และคาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับไลน์อัปของ iPhone 18

ช่วงเวลาการเปิดตัวและดีลเลย์ที่อาจเกิดขึ้น
นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Mark Gurman และ Ming-Chi Kuo ต่างระบุตรงกันว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2026 คือเป้าหมายหลักของ Apple อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่โครงการนี้อาจถูกเลื่อนไปเป็นปี 2027 หากพบปัญหาด้านการผลิตหรือความทนทาน โดยเฉพาะในส่วนของบานพับและหน้าจอ ซึ่ง Apple มีประวัติการเลื่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์หากรู้สึกว่าเทคโนโลยียังไม่พร้อมสมบูรณ์
ดีลเลอร์และรูปลักษณ์ภายนอก
ปัจจุบันข้อมูลส่วนใหญ่บ่งชี้ว่า Apple เลือกใช้ดีไซน์การพับแบบสมุด (Book-style) คล้ายกับ Samsung Galaxy Z Fold มากกว่ารูปแบบตลับแป้ง (Clamshell) โดยมีรายละเอียดโครงสร้างดังนี้
- หน้าจอภายใน: เมื่อกางออกจะมีขนาดประมาณ 7.7 ถึง 7.8 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับ iPad mini
- หน้าจอภายนอก: มีขนาดประมาณ 5.5 นิ้ว ทำหน้าที่เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไปเมื่อพับปิด
- ความบาง: คาดว่าเมื่อกางออกจะมีความหนาเพียง 4.5 ถึง 5.6 มม. และเมื่อพับจะหนาประมาณ 9 ถึง 11 มม. ซึ่งได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก iPhone Air ที่เน้นความบางเป็นพิเศษ
นวัตกรรมหน้าจอและบานพับ
หน้าจอเป็นส่วนที่ Apple ให้ความสำคัญสูงสุด โดยมีรายงานว่าจะใช้แผงหน้าจอ OLED รุ่นใหม่จาก Samsung Display ที่มีการใช้แผ่นรองรับโลหะเจาะด้วยเลเซอร์เพื่อช่วยกระจายแรงกดขณะพับ ส่งผลให้รอยพับบนหน้าจอแทบจะมองไม่เห็น ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ Apple พิจารณาก่อนเข้าสู่ตลาดจอพับ นอกจากนี้ในส่วนของบานพับอาจมีการใช้วัสดุ Liquidmetal ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อการเสียรูปมากกว่าไทเทเนียมแต่มีน้ำหนักเบา
ระบบกล้องและเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย
แหล่งข่าวระบุว่า iPhone Fold จะมาพร้อมกับระบบกล้อง 4 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องหลัง: เลนส์หลักความละเอียด 48MP และเลนส์ Ultra-wide ความละเอียด 48MP
- กล้องหน้าจอภายนอก: ดีไซน์แบบเจาะรู (Punch-hole)
- กล้องหน้าจอภายใน: เทคโนโลยีกล้องใต้จอ (Under-display) ความละเอียด 24MP เพื่อให้หน้าจอภายในแสดงผลได้เต็มตา
- การยืนยันตัวตน: มีแนวโน้มว่า Apple จะตัดระบบ Face ID ออกและเปลี่ยนไปใช้ Touch ID ที่ปุ่ม Power แทน เพื่อเลี่ยงการใช้รอยบากหรือ Dynamic Island บนหน้าจอภายใน
ในด้านพลังงาน Apple กำลังทดสอบเซลล์แบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นสูงในช่วงความจุ 5,000 ถึง 5,800mAh ซึ่งจะเป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้ใน iPhone สำหรับราคานั้น คาดว่า iPhone Fold จะเป็น iPhone ที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาในสหรัฐฯ จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ถึง 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,000 – 85,000 บาท) ซึ่งสูงกว่ารุ่น Pro Max อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: Engadget
Leave a Reply