Windows 11 เปิดตัว Windows MIDI Services รองรับ MIDI 2.0 รื้อโค้ดเก่าให้รองรับ MIDI 1.0 ได้ดีขึ้น

Windows MIDI Services thumbnail

Windows 11 รองรับทั้ง MIDI 1.0 และ MIDI 2.0 ผ่านทาง Windows MIDI Services แล้ว


Microsoft ประกาศความสำเร็จในการนำมาตรฐาน MIDI 2.0 และ MIDI 1.0 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่มาสู่ Windows 11 ผ่านสถาปัตยกรรม Windows MIDI Services ซึ่งเป็นการเขียนโค้ดระบบ MIDI ใหม่ทั้งหมดในรอบหลายทศวรรษ โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับการผลิตดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังรองรับการทำงานกับซอฟต์แวร์รุ่นเก่าโดยไม่จำเป็นต้องอัปเดตแอปพลิเคชัน

มาตรฐาน MIDI 1.0 ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1983 แม้จะเป็นหัวใจสำคัญของการทำเพลง แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความเร็วที่ 31,250 bits per second และขาดระบบค้นหาอุปกรณ์แบบสองทาง (Bidirectional discovery) ในขณะที่ MIDI 2.0 มาพร้อมการสื่อสารแบบสองทาง การค้นหาอุปกรณ์อัตโนมัติ ความเร็วที่ไม่ถูกจำกัด และรองรับข้อมูลควบคุม (Controllers) ที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ดนตรีได้ละเอียดยิ่งขึ้น

Windows MIDI Services multi-client

ฟีเจอร์หลักใน Windows MIDI Services

การอัปเดตสถาปัตยกรรมในครั้งนี้ ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่นักดนตรีและโปรดิวเซอร์เรียกร้องมาอย่างยาวนาน ดังนี้

  • การใช้งานพอร์ตจากหลายแอป (Multi-client): พอร์ต MIDI 1.0 และปลายทาง MIDI 2.0 ทั้งหมดรองรับการใช้งานจากหลายแอปพลิเคชันในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไดรเวอร์จากผู้ผลิตรายอื่นอีกต่อไป
  • การปรับแต่งจุดเชื่อมต่อ (Customize Endpoints): ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ชื่อพอร์ตแบบคลาสสิกเพื่อความเข้ากันได้กับโปรแกรม DAW เดิม หรือใช้ชื่อใหม่จากอุปกรณ์ (USB iJack) รวมถึงสามารถกำหนดชื่อ รูปภาพ และคำอธิบายพอร์ตได้อย่างอิสระผ่านแอปพลิเคชัน MIDI Settings
  • ระบบ Loopback ในตัว: รองรับการสื่อสารข้อมูล MIDI ข้ามแอปพลิเคชัน (App-to-app MIDI) ได้โดยตรง รวมถึงการทำงานร่วมกับ WebMIDI บนเว็บเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
  • การแปลงข้อมูลอัตโนมัติ (Automatic Translation and Scaling): ระบบสามารถนำอุปกรณ์ MIDI 2.0 ความละเอียดสูง (เช่น Yamaha Montage M หรือ Roland A88 mk2) มาใช้งานกับซอฟต์แวร์ MIDI 1.0 ได้ทันที โดย Windows จะจัดการลดสเกลค่าและแปลโปรโตคอลให้อัตโนมัติ
  • ความแม่นยำของเวลา (Timestamps and Scheduling): รองรับการประทับเวลาสำหรับข้อความเข้าและออกด้วยความแม่นยำระดับต่ำกว่า 1 ไมโครวินาที พร้อมความสามารถในการตั้งเวลาส่งข้อความล่วงหน้าสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ SDK ใหม่
  • ไดรเวอร์ USB Class ใหม่: นอกจากการใช้ไดรเวอร์ดั้งเดิม (usbaudio.sys) ระบบยังเพิ่มไดรเวอร์ usbmidi2.sys ที่พัฒนาโดย AmeNote และ AMEI ซึ่งมีการจัดการพลังงานที่ดีขึ้นและรองรับการสื่อสารความเร็วสูง

สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งานขั้นสูง สามารถทดลองใช้ชุดเครื่องมือ (MIDI App SDK Runtime and Tools) ล่วงหน้าได้ผ่าน GitHub หรือใช้คำสั่ง winget install Microsoft.WindowsMIDIServicesSDK ในขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับเครื่องมือเหล่านี้ผ่านช่องทางอัปเดตปกติในเร็วๆ นี้

ในอนาคต Microsoft มีแผนที่จะพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับอุตสาหกรรมดนตรี ไม่ว่าจะเป็นไดรเวอร์ USB Audio แบบ Low-latency ที่รองรับ ASIO ในตัว รวมถึงการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ เช่น Network MIDI 2.0 และ Bluetooth LE MIDI เพื่อรองรับการทำงานระดับโปรเฟสชันแนลต่อไป

ที่มา: Windows Experience Blog

Share This :
About modify 6781 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.