Stanislav Vishnevskiy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และผู้ร่วมก่อตั้ง Discord ออกแถลงการณ์ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานด้านมาตรการยืนยันอายุทั่วโลก (Global Age Assurance) หลังได้รับกระแสตอบรับและข้อกังวลจากผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยยอมรับว่าบริษัทสื่อสารข้อมูลคลาดเคลื่อนจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผู้ใช้ทุกคนต้องสแกนใบหน้าหรืออัปโหลดบัตรประชาชนเพื่อใช้งาน ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ใช้งานมากกว่า 90% จะไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ และสามารถใช้งาน Discord ได้ตามปกติผ่านระบบตรวจสอบความปลอดภัยภายในที่จะช่วยยืนยันสถานะความเป็นผู้ใหญ่โดยอัตโนมัติ
หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยของเยาวชนและการเข้าถึงเนื้อหาของผู้ใหญ่ โดย Discord ได้เลื่อนการบังคับใช้ทั่วโลกออกไปเป็น ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความโปร่งใสและเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายขึ้น สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ระบบจะใช้สัญญาณระดับบัญชี เช่น อายุของบัญชี ประวัติการชำระเงิน และรูปแบบกิจกรรมทั่วไป (ไม่รวมถึงการอ่านข้อความส่วนตัวหรือวิเคราะห์เนื้อหาที่โพสต์) มาประเมินอายุ หากระบบอัตโนมัติไม่สามารถยืนยันได้ ผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดอายุ (Age-restricted content) จะได้รับทางเลือกในการยืนยันตัวตนผ่านผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งจะส่งกลับมาเพียงข้อมูลกลุ่มอายุเท่านั้นโดยไม่เก็บระบุตัวตนจริง
ข้อกำหนดและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดำเนินงานครั้งนี้ประกอบด้วยแนวทางดังนี้
- มาตรฐานใหม่สำหรับคู่ค้า (Vendor Transparency): Discord กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ให้บริการประมาณผลอายุด้วยใบหน้าต้องทำงานบนอุปกรณ์ของผู้ใช้เท่านั้น (On-device) เพื่อไม่ให้อัตลักษณ์บุคคลถูกส่งออกจากเครื่อง และจะมีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทคู่ค้าพร้อมแนวทางการจัดการข้อมูลอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์
- เพิ่มทางเลือกการยืนยัน: นอกเหนือจากการตรวจสอบใบหน้า บริษัทกำลังพัฒนาทางเลือกอื่นเพิ่มเติม เช่น การยืนยันผ่านบัตรเครดิต เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกวิธีที่ตนเองรู้สึกสบายใจที่สุด
- ฟีเจอร์ช่องสปอยล์ (Spoiler Channel): เพิ่มตัวเลือกการตั้งค่าช่องแสดงเนื้อหาสปอยล์แยกต่างหาก เพื่อให้ชุมชนสามารถแยกเนื้อหาประเภทการเมืองหรือประเด็นหนักๆ ออกจากเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่โดยไม่ต้องใช้มาตรการจำกัดอายุทั้งเซิร์ฟเวอร์
- ความโปร่งใสทางเทคนิค: บริษัทเตรียมเผยแพร่บทความทางเทคนิคเพื่ออธิบายกลไกของระบบวิเคราะห์อายุอัตโนมัติ และจะรวมสถิติการตรวจสอบอายุไว้ในรายงานความโปร่งใส (Transparency Report) ในอนาคต
สำหรับการดำเนินงานในบางประเทศที่มีกฎหมายบังคับใช้แล้วอย่างสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และบราซิล Discord จะยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายของภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ระบบตรวจสอบที่รัฐบาลรับรอง เช่น k-ID อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก Discord มุ่งหวังจะใช้โมเดลที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงสุด และจะดำเนินการขยายขอบเขตการใช้งานหลังจากที่ระบบใหม่และการทดสอบทางเทคนิคมีความพร้อมสมบูรณ์ตามมาตรฐานที่ตั้งไว้เท่านั้น
ที่มา: Discord Blog