เหตุผล Galaxy S26 Ultra ทิ้งวัสดุไทเทเนียม เน้นคุมต้นทุนชิป Snapdragon และอัปเกรดการกระจายความร้อนด้วย Armor Aluminum
สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Samsung Galaxy S26 Ultra ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการตัดสินใจถอดวัสดุ กรอบไทเทเนียม (Titanium) ออกจากการผลิต ทั้งที่เคยเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ถูกนำเสนออย่างหนักในรุ่น Galaxy S24 Ultra และ Galaxy S25 Ultra โดยทางบริษัทได้หันกลับมาใช้วัสดุ Armor Aluminum แทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเหตุผลสำคัญทั้งในด้านการออกแบบทางวิศวกรรมและกลยุทธ์ทางธุรกิจ

ข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก Samsung ระบุว่า เป้าหมายหลักของการออกแบบ Galaxy S26 Ultra คือการสร้างสมาร์ทโฟนรุ่น Ultra ที่มีความบางและเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยตัวเครื่องมีความบางลดลงเหลือเพียง 7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 214 กรัม ซึ่งวัสดุ Armor Aluminum สามารถตอบโจทย์การรักษาสมดุลระหว่างความแข็งแกร่ง ความสะดวกในการจับถือ และการลดน้ำหนักได้ดีที่สุด เนื่องจากอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบากว่าไทเทเนียมถึงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

ในด้านการออกแบบทางวิศวกรรม การระบายความร้อน ถือเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ต้องเปลี่ยนวัสดุ อะลูมิเนียมมีคุณสมบัติในการนำพาและกระจายความร้อนได้ดีกว่าไทเทเนียมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ Galaxy S26 Ultra มีตัวเครื่องที่บางลงประกอบกับการใช้งานชิปประมวลผลระดับสูง การใช้อะลูมิเนียมจึงช่วยป้องกันปัญหาความร้อนสะสมและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องให้เสถียรเมื่อมีการประมวลผลหนัก
นอกจากนี้ ปัจจัยด้าน การควบคุมต้นทุน (Cost Control) ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก เนื่องจากการนำชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 8 Elite (หรือ Gen 5) มาใช้งานนั้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น การลดต้นทุนในส่วนของวัสดุกรอบเครื่องจากไทเทเนียมที่มีราคาแพงมาเป็นอะลูมิเนียม จึงช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมราคาขายปลีกไม่ให้สูงเกินไปจนกระทบต่อผู้บริโภค
การตัดสินใจของ Samsung ยังสะท้อนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ลดความสำคัญของการใช้ไทเทเนียมลง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่ระบุว่าสมาร์ทโฟนเรือธงจากแบรนด์คู่แข่งก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนวัสดุกรอบเครื่องกลับมาใช้อะลูมิเนียมเช่นเดียวกัน ทำให้กรอบไทเทเนียมไม่ใช่ความจำเป็นหลักสำหรับการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมอีกต่อไป
ที่มา: sammobile.com
Leave a Reply