Google ประกาศอัปเดตความสามารถของฟีเจอร์ Help me write ใน Gmail เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการร่างอีเมล โดยเพิ่มการปรับแต่งแบบเฉพาะตัว (Personalization enhancements) สองส่วนหลัก ได้แก่ Topic contextualization และ Tone and style personalization ซึ่งจะช่วยลดเวลาที่สูญเสียไปกับการสลับแอปพลิเคชัน การพิมพ์ การคัดลอกข้อมูล และการจัดรูปแบบ
ในส่วนของ Topic contextualization ระบบสามารถเชื่อมต่อกับ Google Drive และ Gmail ตามคำสั่ง (Prompt) ของผู้ใช้งาน โดยจะดึงข้อมูลและบริบทที่เกี่ยวข้องจากแอปพลิเคชันเหล่านี้มาแทรกในอีเมลร่าง (Draft) โดยอัตโนมัติ สำหรับ Tone and style personalization ระบบจะช่วยสร้างอีเมลร่างที่มีโทนและสไตล์การเขียนที่สอดคล้องกับอีเมลที่ผู้ใช้งานเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้
ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์คำสั่งสั้นๆ เพื่อให้ระบบช่วยร่างอีเมลสำหรับกรณีการใช้งานต่างๆ ดังนี้
- การตอบกลับข้อซักถามจากลูกค้าและพาร์ทเนอร์
- การแจกจ่ายข้อมูล เอกสาร หรือสื่อต่างๆ ให้กับผู้ร่วมงาน
- การรายงานความคืบหน้า ความสำเร็จ และปัญหาของโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร
- การขอความช่วยเหลือหรือคำตอบจากทีม
- การให้หรือขอคำติชมจากเพื่อนร่วมงาน
- การแชร์ประกาศของทีมหรือรายงานความคืบหน้าให้องค์กรทราบ
- การแนะนำโปรเจกต์ใหม่
- การสำรวจโอกาสในการร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์
- การสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง
- การนำเสนอโครงการเพื่อขอรับทุน (Grant proposals)
เงื่อนไขสำหรับผู้ดูแลระบบ (Admins) ฟีเจอร์นี้จะพร้อมใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น หากมีการเปิดใช้งานทั้ง Gemini for Workspace in Gmail และ Workspace Intelligence access to Gmail สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (End users) ระบบจะเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นและทำงานเมื่อคำสั่งมีบริบทที่เกี่ยวข้อง
กำหนดการปล่อยอัปเดต (Rollout pace) สำหรับโดเมน Rapid Release และ Scheduled Release เริ่มดำเนินการในรูปแบบ Extended rollout ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2026 ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 15 วัน เพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นฟีเจอร์นี้
ฟีเจอร์การอัปเดตนี้รองรับการใช้งานในแพ็กเกจต่อไปนี้
- Business: Business Starter, Standard และ Plus
- Enterprise: Enterprise Starter, Standard และ Plus
- Consumer: Google AI Plus, Pro และ Ultra
- Education Add-ons: Google AI Pro for Education
ที่มา: Google Workspace Updates