Windows 11 เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับกลุ่ม Insider เน้นการปรับแต่งแถบงานและเมนูเริ่มต้น
ไมโครซอฟท์เปิดเผยความคืบหน้าในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของระบบปฏิบัติการ Windows โดยมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ ความเสถียร และประสบการณ์การใช้งานที่ประณีตยิ่งขึ้น บริษัทมุ่งเน้นที่ความโปร่งใสในการทำงาน ทั้งในส่วนของฟีเจอร์ที่กำลังพัฒนา เหตุผลในการจัดลำดับความสำคัญ และส่วนที่ยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เนื่องจากเมนู Start และ Taskbar เป็นส่วนที่ผู้ใช้มองเห็นและใช้งานบ่อยที่สุด ทางผู้พัฒนาจึงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์เหล่านี้กำลังทยอยเปิดให้ทดสอบสำหรับผู้ใช้งานกลุ่ม Windows Insiders ในช่อง Experimental ในช่วงสัปดาห์นี้
การเพิ่มตัวเลือกการปรับแต่ง Taskbar

แถบงานเปรียบเสมือนศูนย์กลางการทำงานของเครื่องพีซี การปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไมโครซอฟท์จึงได้เพิ่มตัวเลือกการปรับแต่งแถบงาน โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้กลุ่ม Insiders ในช่อง Experimental จะสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ได้ดังนี้
- สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งแถบงานไปไว้ที่ขอบหน้าจอใดก็ได้ ได้แก่ ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย หรือด้านขวา
- สามารถเลือกการจัดตำแหน่งไอคอนสำหรับทุกตำแหน่งของแถบงาน โดยสามารถจัดชิดขอบหรือจัดกึ่งกลางได้เมื่อแถบงานอยู่ด้านซ้ายหรือขวา และจัดชิดขอบซ้ายหรือกึ่งกลางได้เมื่อแถบงานอยู่ด้านบนหรือล่าง
- เมนู Start, การค้นหา (Search) และเมนูย่อยอื่นๆ จะเปิดขึ้นสัมพันธ์กับตำแหน่งของแถบงานที่ตั้งไว้ เช่น หากแถบงานอยู่ด้านบน เมนู Start จะเปิดลงมาจากด้านบน
- เมื่อใช้งานแถบงานในแนวตั้งพร้อมกับเปิดใช้งานตัวเลือก ไม่รวมกลุ่ม (Never combine) และแสดงป้ายกำกับ หน้าต่างแอปพลิเคชันแต่ละรายการจะปรากฏเป็นปุ่มแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการระบุและสลับการทำงานระหว่างหน้าต่าง


การจัดวางแถบงานไว้ที่ด้านข้างมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอในแนวตั้ง เช่น นักพัฒนาที่ต้องการดูพื้นที่บรรทัดโค้ดมากขึ้น หรือสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกในการเข้าถึงแถบงานจากด้านบนของหน้าจอ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้โดยไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors ซึ่งจะมีตัวเลือกตำแหน่งแถบงานปรากฏขึ้นควบคู่กับการจัดตำแหน่งไอคอน
ทางผู้พัฒนาระบุว่าฟีเจอร์นี้ยังคงอยู่ในระหว่างการขัดเกลาด้านการแสดงผลและประสิทธิภาพ รวมถึงยังมีข้อจำกัดและฟีเจอร์บางส่วนที่ยังไม่เปิดให้ใช้งานในรุ่นปัจจุบันนี้ ได้แก่
- ระบบซ่อนแถบงานอัตโนมัติ (Auto-hide) และแถบงานที่ปรับให้เหมาะกับแท็บเล็ต (Tablet-optimized taskbar) ยังไม่รองรับในตำแหน่งการจัดวางแบบทางเลือก
- การสั่งงานด้วยท่าทางสัมผัส (Touch gestures) สำหรับตำแหน่งการจัดวางแบบทางเลือกยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา
- กล่องค้นหา (Search boxes) ยังไม่รองรับในตำแหน่งการจัดวางแบบทางเลือก โดยจะแสดงผลเป็นไอคอนค้นหาแทนเป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์กำลังประเมินการเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การกำหนดตำแหน่งแถบงานที่แตกต่างกันในกรณีที่มีหลายหน้าจอ และระบบการลากและวาง (Drag and drop) โดยมีเป้าหมายหลักคือการมอบฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็น พร้อมรักษาประสบการณ์การใช้งานที่เรียบง่าย คาดเดาได้ และป้องกันการย้ายตำแหน่งแถบงานโดยไม่ได้ตั้งใจ
การปรับขนาดแถบงานให้เล็กลง (Smaller taskbar)
ระบบปฏิบัติการ Windows 11 ในช่วงแรกมีการออกแบบแถบงานให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับสถานะและฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงปรับปรุงพื้นที่การสัมผัส อย่างไรก็ตาม สำหรับหน้าจอขนาดเล็ก ความสูงของแถบงานที่เพิ่มขึ้นอาจลดทอนพื้นที่การทำงาน ไมโครซอฟท์จึงเพิ่มตัวเลือกในการปรับแถบงานให้มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น เมื่อเปิดใช้งานตัวเลือกนี้ ไอคอนและความสูงของแถบงานจะมีขนาดเล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่แนวตั้งสำหรับแอปพลิเคชัน โดยสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการรีสตาร์ทหรือลงชื่อออก การตั้งค่าสามารถทำได้โดยไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors > Show smaller taskbar buttons และตั้งค่าเป็น Always
การเพิ่มการควบคุมเมนูเริ่มต้น (Start)
ผู้ใช้แต่ละคนมีรูปแบบการใช้งานเมนูเริ่มต้นที่แตกต่างกัน ไมโครซอฟท์จึงดำเนินการปรับปรุงในสองส่วนหลัก ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกในการจัดรูปแบบเมนูเริ่มต้น และการปรับปรุงคุณภาพของเนื้อหาที่แสดงผล โดยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้ใช้กลุ่ม Insiders จะได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ดังนี้
- ปุ่มสลับ (Toggles) สำหรับควบคุมระดับส่วนย่อย เพื่อแสดงหรือซ่อนหมวดหมู่ Pinned, Recommended และ All ได้อย่างอิสระและชัดเจน
- การควบคุมการแนะนำไฟล์แบบแยกส่วน ซึ่งช่วยให้สามารถปิดการแนะนำไฟล์ในเมนู Start ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อรายการไฟล์ใช้งานล่าสุดใน File Explorer
- ตัวเลือกขนาดเมนู Start โดยผู้ใช้สามารถเลือกขนาดเป็น Small หรือ Large เพื่อให้เมนูมีขนาดสม่ำเสมอตลอดการใช้งานบนทุกหน้าจอ
- ตัวเลือกในการซ่อนชื่อและรูปโปรไฟล์ในเมนู Start เพื่อเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวในระหว่างการแชร์หน้าจอ นำเสนอ หรืองานสตรีมมิ่ง

การปรับปรุงคุณภาพการแนะนำเนื้อหา (Improving recommendation quality)
สำหรับผู้ใช้ที่เลือกเปิดส่วนการแนะนำเนื้อหาเอาไว้ ไมโครซอฟท์ได้ทำการเปลี่ยนชื่อหมวด Recommended เป็น Recent เพื่อให้สะท้อนถึงข้อมูลที่แสดงผลได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงแอปพลิเคชันที่เพิ่งติดตั้งและไฟล์ที่เพิ่งเปิดใช้งาน โดยแอปพลิเคชันที่เพิ่งติดตั้งจะยังคงแสดงผลให้เห็นตามเดิม เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันใหม่ควบคู่ไปกับ Microsoft Store นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงความเกี่ยวข้องของไฟล์ที่นำมาแสดงผล โดยระบบจะจัดเรียงและคัดกรองเพื่อลดรายการไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สะท้อนถึงไฟล์ที่ผู้ใช้งานกำลังทำงานอยู่ได้อย่างแม่นยำที่สุด
ฟีเจอร์ทั้งหมดที่ระบุไว้จะทยอยปล่อยให้กับผู้ใช้งาน Windows Insiders ในช่อง Experimental ภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยไมโครซอฟท์มุ่งหวังที่จะสร้างความไว้วางใจผ่านความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเมนู Start และแถบงานคือด่านแรกในการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีในทุกครั้งที่เปิดพีซี ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถร่วมส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะผ่านทาง Feedback Hub ได้โดยการกดปุ่ม WIN + F เพื่อช่วยให้ระบบปฏิบัติการมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ที่มา: Windows Insider Blog
Leave a Reply