ภารกิจส่งดาวเทียม Starlink V3 ของ SpaceX สำเร็จตามเป้าหมาย ท่ามกลางเหตุการณ์ระเบิดของ Super Heavy booster ระหว่างทดสอบลงจอด
SpaceX ปล่อยดาวเทียม Starlink V3 (ดาวเทียมสื่อสารรุ่นที่ 3) ขึ้นสู่อวกาศผ่านการทดสอบบินครั้งที่ 13 ของยาน Starship การขนส่งดาวเทียมสำเร็จตามแผน แต่ Super Heavy booster (ชิ้นส่วนจรวดฐานท่อนล่าง) ระเบิดระหว่างการจำลองลงจอดบนผิวน้ำในอ่าวเม็กซิโก ปัญหาลักษณะคล้ายกันเคยเกิดขึ้นช่วงแยกชิ้นส่วนในการทดสอบเมื่อเดือนพฤษภาคม
ก่อนเริ่มภารกิจ ทีมงานเปลี่ยนเครื่องยนต์ 6 ตัวเพื่อแก้ปัญหาจากการระงับเที่ยวบินสัปดาห์ก่อนหน้า แม้ Super Heavy booster บินเข้าใกล้เป้าหมายมากกว่าเดิม เครื่องยนต์ชะลอความเร็วทำงานไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ชิ้นส่วนจรวดตกกระแทกผิวน้ำเร็วกว่ากำหนดจนเกิดการระเบิด
เหตุการณ์ระเบิดกระทบราคาหุ้นของ SpaceX ทันทีหลังทำ IPO (การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก) เมื่อเดือนมิถุนายน ราคาหุ้นร่วงจากจุดสูงสุด 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นลงมาอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวลดลงอีก 2% หลังมีรายงานข่าวความล้มเหลวของการลงจอด
ส่วนบนของยาน Starship ทนทานต่อแรงเสียดทานขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทิ้งตัวลงจำลองการลงจอดในมหาสมุทรอินเดียสำเร็จในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังขึ้นบิน ตัวยานลอยอยู่บนผิวน้ำเปิดโอกาสให้ส่งโดรนเข้าตรวจสอบแผ่นกันความร้อนบริเวณใต้ท้องยาน
ดาวเทียม Starlink V3 ชุดใหม่เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศหลังปล่อยตัว 20 นาที สาเหตุมาจากยาน Starship ยังไปไม่ถึงวงโคจรของโลก ทีมงานยืนยันการสื่อสารกับดาวเทียมทั้งหมดสำเร็จ การใช้ยาน Starship ขนส่งดาวเทียมรุ่นใหม่ 60 ดวงช่วยเพิ่มความจุเครือข่ายมากกว่าจรวด Falcon 9 ถึง 20 เท่า หาก SpaceX ไม่สามารถนำ Super Heavy booster กลับมาใช้ซ้ำ ต้นทุนโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
🚀 The first soft splashdown of Starship!
It’s just bobbing in the sea at the target location in the Indian Ocean. Tons of post-flight data on heat shield performance from the drones now swarming overhead… https://t.co/tI0SXtk0HE pic.twitter.com/cWVtmVdwt6— Steve Jurvetson (@FutureJurvetson) July 25, 2026
ที่มา: TechCrunch
Leave a Reply