ไดรฟ์ใน Windows มีเครื่องหมายตกใจ พร้อมรูปกุญแจ เกิดจากอะไรได้บ้าง แก้ไขอย่างไร

Windows 11 logo

BitLocker มีเครื่องหมายตกใจเกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร


สำหรับผู้ใช้งาน Windows แล้วเมื่อเปิด This PC ดูการใช้งานไดรฟ์ต่างๆ แล้วเห็นรูปกุญแจพร้อมเครื่องหมายตกใจสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่ามี error อะไรบ้างอย่าง ทำให้เกิดคำถามว่าอะไรทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว และจะมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร

BitLocker error wait for setting

สัญลักษณ์รูปกุญแจปลดล็อกพร้อมเครื่องหมายตกใจสีเหลืองบนไดรฟ์  (ตามภาพด้านบน) เกิดจากระบบ BitLocker Drive Encryption (หรือ Device Encryption) ของ Windows กำลังอยู่ในสถานะ ระงับการป้องกัน (Suspended) หรือ รอการตั้งค่าให้เสร็จสมบูรณ์

อาการนี้มักพบบ่อยในคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Windows 10 หรือ 11 รุ่นใหม่ๆ ซึ่งระบบจะทำการเข้ารหัสไดรฟ์ล่วงหน้าไว้บางส่วนเพื่อความปลอดภัย แต่จะยังไม่เปิดการทำงานเต็มรูปแบบจนกว่าผู้ใช้จะทำการ “สำรองคีย์การกู้คืน (Recovery Key)” ให้เรียบร้อย หากยังไม่สำรองคีย์ ระบบจะแจ้งเตือนด้วยไอคอนนี้

วิธีแก้ไขสามารถทำได้ 2 แนวทาง ดังนี้

วิธีที่ 1: เปิดใช้งานให้สมบูรณ์ (หากต้องการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย)

  1. พิมพ์ค้นหาคำว่า Manage BitLocker ในช่องค้นหาของ Windows (Start Menu) แล้วกดเปิด
  2. ในหัวข้อ Operating system drive จะพบไดรฟ์ต่างๆให้มองหาไดฟร์ที่มีปัญหา ของคุณ ให้คลิกที่คำว่า Turn on BitLocker (หรือ Resume protection)
  3. ระบบจะให้เลือกวิธีบันทึกคีย์การกู้คืน แนะนำให้เลือก Save to your Microsoft account หรือ Save to a file (เก็บไฟล์ไว้ในแฟลชไดรฟ์หรือที่อื่นที่ไม่ใช่ไดรฟ์ที่เปิดใช้งาน BitLocker (จะต้องสร้างโฟลเดอร์มาไว้อีกที จะเซฟลง root หรือหน้าแรกของไดรฟ์ไม่ได้)
  4. เมื่อบันทึกคีย์เสร็จสิ้น ระบบจะดำเนินการต่อจนจบ และเครื่องหมายตกใจจะหายไป

วิธีที่ 2: ปิดการทำงานของ BitLocker (หากไม่ต้องการเข้ารหัสไดรฟ์)

  1. พิมพ์ค้นหาคำว่า Manage BitLocker หรือ Device encryption settings ในช่องค้นหาของ Windows
  2. คลิกที่คำว่า Turn off BitLocker (หรือปิดสวิตช์ Device encryption)
  3. กดยืนยันการปิดอีกครั้ง
  4. ระบบจะทำการถอดรหัสไดรฟ์ (Decryption) ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่ขึ้นอยู่กับขนาดข้อมูลในไดรฟ์ เมื่อเสร็จสิ้น ไอคอนรูปกุญแจและเครื่องหมายตกใจจะหายไปทั้งหมด
Share This :
About modify 7472 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.