Mark Zuckerberg เผย Meta อาจเปิดบริการคลาวด์คอมพิวติ้งหากมีทรัพยากรเหลือ พร้อมทดสอบเก็บค่าบริการ Meta AI รายเดือน
Mark Zuckerberg CEO ของ Meta เปิดเผยในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีว่าบริษัทอาจเข้าสู่ตลาด Cloud Computing (บริการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต) หากมีการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์มากเกินไปจนมีทรัพยากรเหลือใช้ การตัดสินใจนี้ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปอย่างแน่นอนในการแข่งขันกับ Amazon และ Microsoft

ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับสเกลขนาดใหญ่รายเดียวในสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่มีธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นของตนเอง การลงทุนพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นเทียบเท่าคู่แข่งรายอื่น บริษัทปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่ายลงทุนด้าน AI (ปัญญาประดิษฐ์) สำหรับปี พ.ศ. 2569 เป็น 1.25 แสนล้านถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความกังวลให้นักลงทุนจนหุ้นร่วงลง 7% แม้ผลประกอบการไตรมาสแรกจะดีกว่าคาดการณ์
ผู้บริหารระดับสูงย้ำว่ามีบริษัทภายนอกติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อขอเช่าใช้ทรัพยากรประมวลผล บริษัทยังไม่เปิดให้บริการดังกล่าวในตอนนี้เนื่องจากมองว่ายังต้องใช้งานทรัพยากรประมวลผลเหล่านี้เอง การมีทางเลือกในการปล่อยเช่าทรัพยากรเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความมั่นใจในการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน
ผู้บริหารยังกล่าวถึงแผนการพัฒนาผู้ช่วยส่วนตัวขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผู้คนจะต้องการใช้งานเอเจนต์เหล่านี้มากขึ้นในอนาคต บริษัทมองเห็นโอกาสในการเก็บค่าบริการสำหรับเวอร์ชันพรีเมียมหรือเวอร์ชันที่ต้องใช้พลังการประมวลผลสูง ปัจจุบันฟีเจอร์ AI บางส่วนบน WhatsApp ยังคงให้บริการฟรี แต่บริษัทกำลังสร้างโมเดลการสร้างรายรับระยะยาว
นอกเหนือจากแผนระยะยาว บริษัทยังประกาศเริ่มทดสอบบริการแบบสมัครสมาชิกรายเดือนสำหรับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ Meta AI นับเป็นครั้งแรกที่มีการเก็บเงินผู้ใช้งานสำหรับฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ แผนการสมัครสมาชิกมีราคา 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 19.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการใช้งานฟีเจอร์ การทดสอบระยะแรกจะเริ่มในประเทศสิงคโปร์ กัวเตมาลา และโบลิเวีย
ที่มา: CNBC
Leave a Reply