AMD เพิ่มประสิทธิภาพ Zen 5 ด้วย TDP 105W พร้อมแก้ไขปัญหา Latency ใน Ryzen 9000 และยกระดับชิปเซ็ตซีรีส์ 800 ให้รองรับ PCIe Gen 5 และ USB4 อย่างเต็มรูปแบบ
AMD ประกาศการอัปเดตสำคัญสำหรับโปรเซสเซอร์ Ryzen 9000 ซีรีส์ Zen 5 โดยยืนยันการรองรับการทำงานในโหมด 105W TDP อย่างเป็นทางการใน Ryzen 5 9600X และ Ryzen 7 9700X ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงที่สำคัญหลังจากที่รุ่นนี้เปิดตัวมาด้วย TDP เพียง 65W โดยที่ AMD เคยเน้นย้ำเรื่องความประหยัดพลังงานในรุ่นนี้ แต่ก็ทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มรู้สึกว่าไม่ได้ใช้ศักยภาพของตัวชิปได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อ Zen 5 ยังตามหลัง Intel Raptor Lake Refresh ในด้านประสิทธิภาพการเล่นเกม
TDP 105W พร้อมการรับประกันและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
AMD ได้ประกาศว่าการเพิ่ม TDP ไปที่ 105W นั้นถูกออกแบบมาให้ชิปสามารถรองรับการทำงานได้อย่างเต็มที่ และขณะนี้โหมด 105W ก็ได้รับการรับประกันจากบริษัทอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้งานชิปในโหมดนี้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียการรับประกัน โดย AMD ระบุว่าการทำงานในโหมด TDP ที่สูงขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยเฉพาะกับงานที่ใช้เธรดหนัก ๆ มากขึ้นถึง 10% แต่สำหรับการเล่นเกมนั้นอาจจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนมากนัก
การแก้ไขปัญหา Core-to-Core Latency ใน Ryzen 9000
นอกจากการปรับปรุง TDP แล้ว AMD ยังได้แก้ไขปัญหา latency ที่เกิดขึ้นในการส่งข้อมูลระหว่างแกนประมวลผล (cores) ใน Ryzen 9 ซีรีส์ ซึ่งประกอบไปด้วยหลาย chiplet โดยปัญหานี้เกิดขึ้นจากการที่ข้อมูลต้องถูกส่งไปมาระหว่างแกนประมวลผลที่อยู่คนละ chiplet ส่งผลให้เกิดความล่าช้า
AMD ได้ทำการปรับลดจำนวนธุรกรรม (transactions) ที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งข้อมูลจากสองครั้งเหลือเพียงครั้งเดียว ทำให้ latency ลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับเกมที่ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขนี้ ได้แก่ Metro, Starfield และ Borderlands 3 ที่ทำงานกับข้อมูลเธรดสูง นอกจากนี้ ผลการทดสอบจากผู้ใช้งานยังพบว่าค่า latency ลดลงจาก 180ns เหลือเพียง 75ns ซึ่งเป็นการลดลงถึง 58% อย่างไรก็ตาม AMD ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการปรับปรุงนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้มากน้อยแค่ไหน
ชิปเซ็ตซีรีส์ 800 และการรองรับ DDR5-8000 EXPO
นอกจากนี้ AMD ยังประกาศเปิดตัวชิปเซ็ต 800-series ใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพให้กับแพลตฟอร์ม AM5 พร้อมกับการรองรับหน่วยความจำ DDR5-8000 EXPO ทำให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าหน่วยความจำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

PCIe Support
- X870E และ X870 รองรับ PCIe Gen 5 ทั้งสำหรับกราฟิกและ NVMe ทำให้สามารถใช้กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่รองรับ PCIe Gen 5 ได้เต็มประสิทธิภาพ
- B850 รองรับ PCIe Gen 5 สำหรับ NVMe และ PCIe Gen 4 สำหรับกราฟิก
- B840 รองรับเพียง PCIe Gen 3 สำหรับกราฟิกเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความประหยัดต้นทุน
การโอเวอร์คล็อก (Overclocking)
- ชิปเซ็ต X870E, X870 และ B850 รองรับการโอเวอร์คล็อกทั้ง CPU และหน่วยความจำ ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งประสิทธิภาพสูงสุด
- B840 รองรับเฉพาะการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์โอเวอร์คล็อกที่จำกัดกว่า
ช่องสัญญาณกราฟิก (Graphics)
- สำหรับรุ่น X870E และ X870 รองรับการเชื่อมต่อแบบ 1×16 หรือ 2×8 PCIe Gen 5 สำหรับกราฟิก ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้การ์ดจอหลายใบหรือการ์ดจอที่ใช้เลน PCIe เยอะ
- ในกรณีของ B850 จะรองรับทั้ง 1×16 และ 2×8 ที่ PCIe Gen 4 ในขณะที่ B840 รองรับเฉพาะ 1×16 ที่ PCIe Gen 3 เท่านั้น
เปรียบเทียบกับคู่แข่ง (Intel)
- X870E แข่งขันกับ Z790 ซึ่ง Z790 มีเลน PCIe 5.0 น้อยกว่า
- X870 และ B850 มีคู่แข่งเป็น H670 ซึ่ง H670 ไม่มีการรองรับการโอเวอร์คล็อก CPU และมีเลน PCIe 5.0 น้อยกว่า
- B840 แข่งขันกับ H660 ที่มีคุณสมบัติการโอเวอร์คล็อกที่คล้ายกัน
สรุป
- X870E คือรุ่นท็อปที่ให้การเชื่อมต่อ PCIe 5.0 เต็มประสิทธิภาพและเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการการโอเวอร์คล็อกขั้นสูง
- X870 ให้ประสิทธิภาพสูงใกล้เคียงกับ X870E แต่ไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเท่ากับ X870E ในเรื่องของ USB4
- B850 เป็นตัวเลือกที่ประหยัดแต่ยังคงให้การเชื่อมต่อ PCIe 5.0 สำหรับ NVMe ในขณะที่ B840 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการโซลูชันที่มีความคุ้มค่าในราคาย่อมเยา

การรองรับ PCIe Lanes
- X870E และ X670E: มีจำนวน PCIe lanes ที่ใช้งานได้ทั้งหมดสูงสุดถึง 44 เลน โดยมีเลน PCIe Gen 5 สูงสุดที่ 24 เลน รองรับทั้งกราฟิกและ NVMe ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- X870: มีจำนวนเลนที่ลดลงเล็กน้อย โดยมีทั้งหมด 36/24 เลน PCIe (รวม/Gen 5) ซึ่งยังคงรองรับ PCIe Gen 5 สำหรับกราฟิกและ NVMe ได้
- B850 และ B650E: มี 36 เลนสำหรับ PCIe และ 24 เลนสำหรับ Gen 5 (รองรับ NVMe)
- B840 และ B650: มีเลน PCIe สูงสุด 36/0 (ไม่รองรับ PCIe Gen 5)
- รุ่นที่ต่ำกว่าอย่าง A620/A620A, PRO 665 และ PRO 600: มีจำนวนเลน PCIe ที่ลดลงและไม่รองรับ PCIe Gen 5 (ยกเว้น PRO 665 ที่อาจจะเป็นไปได้สำหรับ PCIe 5.0 เป็นทางเลือกเสริม)
การโอเวอร์คล็อก
- ชิปเซ็ตระดับสูงและกลางอย่าง X870E, X870, X670E, X670, B850, B650E และ B650 รองรับการโอเวอร์คล็อกทั้ง CPU และหน่วยความจำ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
- B840 และรุ่นที่ต่ำกว่า (เช่น A620/A620A และ PRO 600) ไม่รองรับการโอเวอร์คล็อก CPU ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่เน้นการปรับแต่ง
การรองรับ USB และ SATA Ports
- ชิปเซ็ต X870E และ X670E มีพอร์ต SATA สูงสุดที่ 8 พอร์ต และรองรับ USB4 อย่างเต็มที่
- รุ่น X870 มีพอร์ต SATA ลดลงเหลือ 4 พอร์ต
- ในขณะที่ B850 และ B840 รองรับ SATA เพียง 4 พอร์ต และมีความแตกต่างในเรื่องการรองรับ USB โดย B850 รองรับ USB4 ได้เป็นมาตรฐาน แต่ B840 ไม่รองรับ
การเปรียบเทียบ
- X870E เป็นรุ่นสูงสุดและมีฟีเจอร์ครบครันที่สุด เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความเร็วและการเชื่อมต่อ PCIe Gen 5 อย่างเต็มที่
- X870 เป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น แต่ยังคงมีฟีเจอร์หลักที่ครบถ้วน
- B850 เป็นรุ่นที่อยู่ในระดับกลาง และสามารถใช้งานได้ทั้ง PCIe Gen 5 (NVMe) และ PCIe Gen 4 (กราฟิก)
- B840 เป็นรุ่นที่ถูกจำกัดความสามารถมากที่สุดในซีรีส์ 800 เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการแค่ความสามารถพื้นฐานเท่านั้น
สรุป
ชิปเซ็ตซีรีส์ 800 มีการแบ่งรุ่นอย่างชัดเจนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับสูงสุดที่รองรับ PCIe Gen 5 อย่างเต็มที่ไปจนถึงรุ่นที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐาน โดยรุ่น X870E และ X670E เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ส่วน B850 และ B840 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังคงต้องการฟีเจอร์หลัก ๆ ของ AM5
การอัปเดต AGESA เวอร์ชัน 1.2.0.2
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถูกนำมารวมไว้ในเฟิร์มแวร์ AGESA เวอร์ชัน 1.2.0.2 ซึ่งสามารถติดตั้งบนเมนบอร์ดที่ใช้ซ็อกเก็ต AM5 ได้ทุกรุ่น ทำให้ผู้ใช้โปรเซสเซอร์ Ryzen 9000 สามารถรับประโยชน์จากการอัปเดตและปรับปรุงประสิทธิภาพเหล่านี้ได้ทันที
การอัปเดตนี้แสดงให้เห็นว่า AMD มีการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างดี ทั้งการเพิ่มโหมด 105W TDP ที่ได้รับการรับประกันอย่างเป็นทางการ การแก้ไขปัญหา latency ระหว่างแกนประมวลผล รวมถึงการเปิดตัวชิปเซ็ตซีรีส์ 800 และการรองรับหน่วยความจำ DDR5-8000 EXPO ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ Ryzen 9000 ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ใช้งานโปรเซสเซอร์ Ryzen 9000 ซีรีส์ Zen 5 การอัปเดตนี้นับเป็นข่าวดีที่จะทำให้สามารถใช้ศักยภาพของชิปได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น
ที่มา – tomshardware.com
Leave a Reply