X เพิ่มแท็บวิดีโอแนวตั้งสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ หวังดึงดูดกลุ่ม TikTok หลังถูกถอดจากสโตร์
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ได้เริ่มเปิดตัว แท็บวิดีโอแนวตั้ง สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ โดยหวังใช้โอกาสจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของแอปจาก ByteDance อย่าง TikTok และ Lemon8 ซึ่งกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านการให้บริการในประเทศ
X ได้เพิ่ม แท็บวิดีโอ ไว้ในแถบเมนูด้านล่างของแอปเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงวิดีโอได้สะดวกขึ้น โดยทางแพลตฟอร์มได้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “ฟีเจอร์ใหม่สำหรับวิดีโอที่ให้ประสบการณ์รับชมแบบเต็มจอกำลังเปิดให้ใช้งานในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันนี้”
you better not be making a dedicated video tab when I get home
me: pic.twitter.com/ZbmLBmSbDp
— X (@X) January 20, 2025
แม้ว่า TikTok และแอปของ ByteDance ที่ถูกดาวน์โหลดไปก่อนหน้านี้ยังสามารถใช้งานได้ในสหรัฐฯ แต่ในขณะนี้แอปเหล่านี้ไม่ได้อยู่บน App Store และ Google Play อีกต่อไป ซึ่งทำให้ผู้ใช้ใหม่ไม่สามารถดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปได้ ส่งผลให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เร่งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม คำสั่งแบน TikTok ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการบังคับใช้โดย ศาลสูงสหรัฐฯ อาจถูกยกเลิกในไม่ช้า เนื่องจากมีรายงานว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจลงนามคำสั่งบริหารเพื่อกลับคำตัดสินดังกล่าว
การเปิดตัวแท็บวิดีโอใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่ X ใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มวิดีโอของตนเอง ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ X สามารถเลื่อนดูวิดีโอแนวตั้งได้โดยการแตะที่วิดีโอในไทม์ไลน์แล้วเลื่อนขึ้น แต่แท็บใหม่นี้จะเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับวิดีโอโดยตรง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ X ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์นี้อย่างเป็นทางการ
X ได้พยายามพัฒนาและขยายบริการด้านวิดีโอมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปีที่แล้วได้เปิดตัว แอปทีวีแยกต่างหาก สำหรับการรับชมวิดีโอจากองค์กรและครีเอเตอร์ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ ก็เริ่มมีการปรับตัวเพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจาก TikTok เช่นกัน
Meta ได้เปิดตัวแอป Edits ซึ่งเป็นแอปตัดต่อวิดีโอเพื่อแข่งขันกับ CapCut ของ ByteDance ขณะที่ Bluesky ซึ่งเป็นคู่แข่งของ X ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ ฟีดวิดีโอแนวตั้ง เพื่อดึงดูดผู้ใช้
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ กำลังเร่งพัฒนาและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของ TikTok และชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้ใช้ในสหรัฐฯ
ที่มา – techcrunch.com
Leave a Reply