OpenAI ปรับปรุงฟีเจอร์ Voice Assistant ใน ChatGPT ให้พูดคุยเป็นธรรมชาติมากขึ้นและไม่ขัดจังหวะผู้ใช้

ChatGPT logo

Voice Assistant ใน ChatGPT มีการปรับให้พูดแบบเป็นธรรมชาติมาก


OpenAI ได้ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ Advanced Voice Mode ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ผู้ช่วย AI แบบเสียง ให้พูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมลดพฤติกรรมที่มักรบกวนผู้ใช้อย่างการพูดแทรกขณะผู้ใช้หยุดคิดหรือหายใจ

ChatGPT Voice Assistant

การอัปเดตนี้เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ ChatGPT ทุกระดับ โดยผู้ใช้งานฟรีจะสามารถพูดกับ AI ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถูกขัดจังหวะเมื่อมีการหยุดพูดชั่วครู่ ขณะที่ผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิก เช่น ChatGPT Plus, Teams, Edu, Business และ Pro จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมทั้งในด้าน ความราบรื่นในการสนทนา และบุคลิกของผู้ช่วย AI ให้มีความเป็นธรรมชาติและน่าสนใจยิ่งขึ้น

OpenAI ระบุว่า Voice Assistant เวอร์ชันใหม่นี้จะให้คำตอบที่ ตรงประเด็น มีเสน่ห์ กระชับ เฉพาะเจาะจง และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งกว่าเดิม

การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดผู้ช่วย AI แบบเสียง โดยเฉพาะจากสตาร์ทอัพชื่อดัง Sesame ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Andreessen Horowitz และกำลังเป็นที่พูดถึงจากการเปิดตัว AI เสียงจริงจังอย่าง Maya และ Miles รวมถึงบริษัทใหญ่อย่าง Amazon ที่เตรียมเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ของ Alexa ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาใหญ่ (LLM)

สำหรับผู้ใช้ ChatGPT ที่เคยรู้สึกว่าผู้ช่วยพูดแทรกบ่อยเกินไป หรือให้คำตอบดูหุ่นยนต์เกินไป การอัปเดตใหม่นี้น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง และตอกย้ำว่า OpenAI ยังเดินหน้าแข่งขันในสมรภูมิผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะอย่างเต็มกำลัง

About modify 6606 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.