WordPress ปลดพนักงาน 16%
Automattic บริษัทแม่ของ WordPress.com, Tumblr, WooCommerce และบริการออนไลน์อื่น ๆ ประกาศปลดพนักงานราว 16% หรือประมาณ 281 คน จากจำนวนพนักงานรวม 1,744 คนทั่วโลก ซึ่งนับเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
ประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านบล็อกของบริษัทเมื่อวันพุธที่ 2 เมษายน 2025 และถูกส่งต่อถึงพนักงานผ่าน Slack โดย Matt Mullenweg ซีอีโอของ Automattic ชี้แจงว่าการปลดพนักงานครั้งนี้จะช่วยให้องค์กรมีความ “คล่องตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น” พร้อมทั้งระบุถึงการยุบโครงสร้างที่ซับซ้อน เพื่อมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์และโมเดลการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาว
แม้จะถูกระบุว่าเป็นการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ แต่การปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากปีที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทานภายใน Automattic โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งทางกฎหมายกับบริษัท WP Engine ซึ่ง Mullenweg กล่าวหาว่าใช้ชื่อ “WP” อย่างสับสน และไม่มีส่วนร่วมเพียงพอกับโครงการโอเพ่นซอร์ส WordPress.org ความตึงเครียดดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของพนักงานบางส่วนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปลดออก Automattic ระบุว่าจะมีการมอบแพ็คเกจชดเชยขั้นต่ำ 9 สัปดาห์ พร้อมความช่วยเหลือในการหางานใหม่ โดยการปลดพนักงานครั้งนี้ครอบคลุมพนักงานใน 90 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรายงานว่ามีตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบหลากหลาย ตั้งแต่ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ ฝ่ายชุมชน ไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจ
แหล่งข่าวยังระบุว่า ทีมงานหลายกลุ่มได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ WooCommerce ที่มีพนักงานถูกปลดมากกว่า 100 คน รวมถึงทีมของ Tumblr, แอป Day One และแผนกปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วย ขณะที่พนักงานบางส่วนที่อยู่กับ Automattic มานานกว่า 10 ปีก็ได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างและถูกตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบ Slack ทันทีโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
ก่อนหน้านี้ Automattic ยังได้ยกเลิกงานประชุมใหญ่ประจำปี “Grand Meetup” สำหรับปี 2025 ซึ่งมักจัดขึ้นเพื่อรวมพนักงานทั่วโลกมาพบปะกัน เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงทิศทางการลดต้นทุนของบริษัทในปีนี้
อย่างไรก็ดี Mullenweg ย้ำว่าเขายังมีความมั่นใจในศักยภาพของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Automattic และเชื่อว่าบริษัทจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม โดยมุ่งมั่นเดินหน้าตามพันธกิจในการ “ทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน” ต่อไป
ที่มา – techcrunch.com
Leave a Reply