ผู้บริหาร Chrome ให้การในศาล ยืนยันว่า “มีเพียง Google เท่านั้นที่สามารถดำเนินงาน Chrome ได้”
Parisa Tabriz ผู้จัดการทั่วไปของเบราว์เซอร์ Chrome ให้การต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ว่า มีเพียง Google เท่านั้นที่สามารถดำเนินการและพัฒนา Chrome ให้มีฟีเจอร์และความสามารถเช่นในปัจจุบันได้ เนื่องจากตัวเบราว์เซอร์มีความเชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับหน่วยงานและเทคโนโลยีอื่น ๆ ภายในบริษัทแม่ Alphabet Inc. ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ Chrome เปิดตัว

Tabriz กล่าวว่าการพัฒนา Chrome เป็นผลมาจาก “การร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีม Chrome และทีมอื่น ๆ ของ Google” และชี้ว่าความพยายามแยก Chrome ออกจาก Google นั้น “ไม่เคยมีมาก่อน” และจะสร้างความเสียหายต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานของผู้ใช้จำนวนมาก
การให้การดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้ Google แยกธุรกิจเบราว์เซอร์ Chrome ออกจากบริษัท เพื่อแก้ไขปัญหาการผูกขาดตลาดการค้นหาออนไลน์ โดย DOJ ระบุว่า Google ใช้ Chrome เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการค้นหาและสร้างข้อได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมเหนือคู่แข่ง ซึ่งรวมถึงการตั้งค่า Google Search เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นใน Chrome และบนอุปกรณ์ Android โดยอัตโนมัติ
ในคำร้องต่อศาล DOJ เสนอว่าการแยก Chrome ออกจาก Google เป็นแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูการแข่งขันในตลาดการค้นหาและโฆษณาดิจิทัล และยังเสนอให้ยกเลิกข้อตกลงที่ Google ทำกับผู้ผลิตอุปกรณ์รายต่าง ๆ เช่น Apple และ Samsung เพื่อเป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น
แม้ว่าฝ่าย Google จะเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแยก Chrome ออกมาเป็นหน่วยธุรกิจอิสระ แต่นักวิชาการบางราย เช่น ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ให้การในศาลว่าในทางเทคนิคแล้ว การดำเนินงาน Chrome โดยอิสระเป็นไปได้ และไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือความปลอดภัยของเบราว์เซอร์อย่างที่ Google อ้าง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งแสดงความสนใจในกรณีที่ Google ถูกบังคับให้ขาย Chrome โดยหนึ่งในนั้นคือ DuckDuckGo ซึ่งประเมินว่ามูลค่าของ Chrome อาจสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากมีการซื้อขายเกิดขึ้น
การพิจารณาคดีครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในคดีผูกขาดที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่ออนาคตของ Google เท่านั้น แต่ยังอาจเปลี่ยนโฉมตลาดอินเทอร์เน็ตและโฆษณาดิจิทัลทั่วโลกในระยะยาว
Leave a Reply