Microsoft สาขารัสเซียเตรียมยื่นล้มละลาย จากแรงกดดันจากรัฐบาลปูติน
ไมโครซอฟท์ รัสเซีย (Microsoft Rus LLC) บริษัทลูกของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ กำลังเตรียมยื่นขอล้มละลายต่อศาลอนุญาโตตุลาการในกรุงมอสโก หลังจากที่ข้อมูลจากทะเบียนกลางของรัสเซียเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ระบุว่าบริษัทได้ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย
สาเหตุหลักที่ทำให้ไมโครซอฟท์ รัสเซียต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ มาจากคดีความกับ Gazprombank ธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 90.9 ล้านรูเบิล (ราว 1.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากสัญญาให้บริการด้านเทคนิคที่ลงนามเมื่อปี 2021 โดยธนาคารอ้างว่าไมโครซอฟท์ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง แม้ว่าจะได้รับเงินล่วงหน้าสำหรับบริการดังกล่าวแล้ว การที่ศาลรัสเซียตัดสินเมื่อเดือนเมษายนให้ไมโครซอฟท์จ่ายเงินรวมประมาณ 949,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ย และกำหนดให้ต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติมจนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทแย่ลงไปอีก
ไมโครซอฟท์ได้เริ่มลดการดำเนินงานในรัสเซียตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน โดยหยุดการขายผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ในตลาดรัสเซีย และทยอยปิดสาขาในเมืองใหญ่ 13 แห่ง รวมถึงกรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และวลาดิวอสต็อก การตัดสินใจนี้นำไปสู่การลดรายได้ของบริษัทอย่างมาก จากที่เคยมียอดขาย 6.9 พันล้านรูเบิล (ราว 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2021 ลดลงเหลือเพียง 161.6 ล้านรูเบิล (ราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2024 แม้ว่ารายงานการเงินระบุว่าบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2024 ประมาณ 174.1 ล้านรูเบิล (ราว 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่กำไรนี้น่าจะเกิดจากการปรับโครงสร้างและการลดค่าใช้จ่ายมากกว่า
การยุติบทบาทของไมโครซอฟท์ในรัสเซียยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลรัสเซียที่สนับสนุนให้บริษัทท้องถิ่นเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีตะวันตก โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้เรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีตะวันตก เช่น ไมโครซอฟท์ และ Zoom ถูก “บีบคั้น” เพื่อลดอิทธิพลจากต่างประเทศ และสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ของรัสเซียเอง
นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทลูกอื่น ๆ ของไมโครซอฟท์ในรัสเซีย เช่น Microsoft Development Centre Rus, Microsoft Mobile Rus และ Microsoft Payments Rus ว่าจะได้รับผลกระทบจากการยื่นล้มละลายของ Microsoft Rus LLC หรือไม่ ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ทำให้หลายบริษัทตะวันตกตัดสินใจถอนตัวจากตลาดรัสเซียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข่าวนี้จึงสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกเมื่อเผชิญกับแรงกดดันทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ และยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าการตัดสินใจด้านธุรกิจอาจไม่เพียงพอหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวย
Leave a Reply