iPhone แม้ประกอบจากอินเดีย แต่พึ่งพาชิ้นส่วนจากจีนเป็นส่วนใหญ่
แม้ Apple จะระบุว่า iPhone ส่วนใหญ่ที่วางขายในสหรัฐฯ ปัจจุบันผลิตจากโรงงานในอินเดีย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแท้จริงแล้ว Apple ยังคงพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนเป็นหลัก โดยเฉพาะชิ้นส่วนหลักหลายพันรายการที่ถูกส่งไปยังอินเดียเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย

Patrick McGee นักข่าวสายเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญเรื่อง Apple ในจีน ระบุว่า แม้แผนการผลิตในอินเดียจะช่วยให้ Apple หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าจากจีนในยุคทรัมป์ได้ แต่ตัวอุปกรณ์ยังคงต้องพึ่งพาโรงงานในจีนเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำคัญอย่างแผงวงจร, หน้าจอ, กล้อง, แบตเตอรี่ และโมดูลต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างซับซ้อนในจีน ก่อนถูกส่งไปอินเดียเพื่อประกอบและบรรจุภัณฑ์
“iPhone ที่ระบุว่าประกอบจากอินเดีย ยังคงขึ้นกับเครือข่ายการผลิตในจีนในแทบทุกมิติ ทั้งการกัดกลึง, เชื่อมเลเซอร์, ฉีดขึ้นรูป, แกะสลัก และประกอบย่อย” McGee กล่าวโดยอ้างถึงกระบวนการผลิตมากกว่า 1,000 ขั้นตอนที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในจีน และแรงงานจีนที่เกี่ยวข้องมากถึง 3 ล้านคนต่อปี
การผลิตในอินเดียจึงเป็นเพียงการ “หลบเลี่ยงภาษี” ทั้งจากสหรัฐฯ และอินเดีย โดยในอินเดียเอง รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ก็ได้ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากจีนเช่นกัน ทำให้ Apple ต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนเพื่อประกอบในอินเดีย แล้วส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางภาษีทั้งสองทาง
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียเพิ่มเติม ส่งผลให้อุปกรณ์ที่ประกอบในอินเดียอาจไม่รอดจากภาษีในอนาคต
Apple คาดว่าจะเปิดตัว iPhone 17 ในเดือนหน้า โดยมีรายงานว่าจะมีการปรับราคาขั้นต้นของบางรุ่นสูงขึ้น สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการผลิตในหลายประเทศ
ที่มา – 9to5mac.com
Leave a Reply