Microsoft ยืนยันปัญหา Reset/Recovery บน Windows หลายเวอร์ชันหลังอัปเดตสิงหาคม – ปล่อยแพตช์ฉุกเฉินแก้ไขแล้ว

Windows 11 logo

Microsoft ยืนปัญหา Reset และ Recovery ไม่ใน Windows หลายเวอร์ชันหลังอัปเดต เดือนสิงหาคม


Microsoft ยืนยันว่าอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือน สิงหาคม 2025 (KB5063709) ทำให้ฟังก์ชัน Reset และ Recovery บนอุปกรณ์ Windows หลายเวอร์ชันทำงานล้มเหลว โดยพบปัญหาหลังผู้ใช้งานติดตั้งแพตช์ประจำรอบ Patch Tuesday เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2025 และได้ออกอัปเดตนอกกำหนด (Out-of-Band: OOB) เพื่อแก้ไขแล้วเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2025 เวลา 14:00 PT โดยแนะนำให้ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบติดตั้งแพตช์ใหม่แทน KB5063709 ทันที

 

Windows on keyboard

รายละเอียดปัญหา

ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ดำเนินการขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งดังต่อไปนี้:

  • คลิก Reset this PC หรือ Recovery ผ่านเมนู Settings > System > Recovery แล้วกระบวนการล้มเหลว
  • ใช้ตัวเลือก Fix problems using Windows Update แต่ไม่สามารถแก้ไขได้
  • องค์กรสั่งรีเซ็ตอุปกรณ์ระยะไกลด้วย RemoteWipe ผ่านนโยบายหรือ MDM แต่ไม่ทำงานตามคาด

เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ

  • Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 และ 22H2
  • Windows 10 เวอร์ชัน 22H2
  • Windows 10 Enterprise LTSC 2021 และ Windows 10 IoT Enterprise LTSC 2021
  • Windows 10 Enterprise LTSC 2019 และ Windows 10 IoT Enterprise LTSC 2019

หมายเหตุ: Microsoft ยืนยันว่า Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้

อัปเดตแก้ไข (Out-of-Band)

Microsoft ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขปัญหาแบบ OOB ซึ่งเป็นการอัปเดตแบบสะสม (Cumulative Update) ติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องลงแพตช์ก่อนหน้า:

  • Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 / 22H2: KB5066189
  • Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 และ LTSC 2021 / IoT 2021: KB5066188
  • Windows 10 LTSC 2019 / IoT 2019: KB5066187

อัปเดต OOB ไม่มีการเพิ่มแพตช์ด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมจาก KB5063709 แต่เป็นการแก้เฉพาะปัญหาการรีเซ็ตและการกู้คืนระบบเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ

  • ตรวจสอบเวอร์ชัน Windows และหมายเลข KB ที่ติดตั้งในเครื่อง
  • ติดตั้งอัปเดต OOB ให้ตรงกับเวอร์ชันระบบปฏิบัติการของคุณ ผ่าน Windows Update, WSUS หรือ Microsoft Update Catalog
  • หากยังไม่ได้ติดตั้งแพตช์เดือนสิงหาคม ควรข้ามการติดตั้ง KB5063709 แล้วติดตั้ง OOB โดยตรง
  • จนกว่าจะติดตั้งอัปเดตใหม่เสร็จสิ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟังก์ชัน Reset/Recovery บนอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ

ภาพรวมสถานะ

Microsoft ระบุสถานะปัญหาเป็น “แก้ไขแล้ว (Resolved)” หลังจากปล่อยแพตช์ OOB ภายในสัปดาห์เดียวกันกับรอบอัปเดต Patch Tuesday และแนะนำให้องค์กรต่าง ๆ เร่งทดสอบและติดตั้งแพตช์ใหม่นี้โดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากความล้มเหลวในการซ่อมแซมหรือกู้คืนระบบ

ที่มา – microsoft.com

About modify 6746 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.