จากรายงานของ TechCrunch ระบุว่า Michael Burry นักลงทุนผู้โด่งดังจากการคาดการณ์วิกฤติซับไพรม์ในปี 2008 กำลังเปิดฉากโจมตี Nvidia อย่างจริงจัง โดยครั้งนี้เขาสามารถสื่อสารอย่างเสรีกว่าที่เคย เนื่องจากได้ทำการ “ถอนการจดทะเบียนบริษัท Scion Asset Management ออกจากการกำกับของ SEC” ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาไม่ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านการสื่อสารสำหรับกองทุนภายใต้กฎหมายการลงทุนอีกต่อไป และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะได้โดยตรง
การปลดล็อกนี้ทำให้ Burry ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลและ Substack ในการนำเสนอข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดชุมชนผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งช่วยขยายอิทธิพลของคำเตือนที่เขามีต่ออุตสาหกรรม AI โดยเฉพาะต่อบริษัทที่เป็นหัวใจสำคัญของยุคนี้อย่าง Nvidia
Burry กล่าวหาว่า Nvidia มีการใช้ค่าตอบแทนแบบหุ้นในระดับที่สูงผิดปกติ ส่งผลให้ผลตอบแทนที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นลดลงกว่า 50% นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสงสัยว่าในอุตสาหกรรม AI อาจมีการรายงานค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ในลักษณะที่ทำให้ต้นทุนดูต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อสร้างภาพการเติบโตที่แข็งแรงเกินไป โดยเฉพาะกรณีของ GPU ที่มีมูลค่าลดลงเร็วตามรอบเทคโนโลยี
Nvidia ออกเอกสารชี้แจงยาว 7 หน้าเพื่อตอบโต้ โดยระบุว่าการคำนวณของ Burry ระบุยอดซื้อหุ้นคืนผิดจากข้อเท็จจริง และยืนยันว่าการให้หุ้นแก่พนักงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับความคล้ายกับปัญหาบัญชีในอดีต
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงเมื่อมีการเปิดเผยว่า Burry ถือ put options มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ทั้งใน Nvidia และ Palantir ซึ่งเป็นการเดิมพันโดยตรงว่าหุ้นของบริษัทเหล่านี้จะตกลงอย่างรุนแรง แม้ซีอีโอของ Palantir จะออกมาตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่ Burry ก็โต้กลับอย่างมั่นใจว่าตลาดกำลังหลงเชื่อกระแส AI เกินไปและมีความคล้ายคลึงกับฟองสบู่เทคโนโลยีในอดีต
การดำเนินการเชิงรุกของ Burry มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเขาเปิด Substack ชื่อ “Cassandra Unchained” ซึ่งเน้นเจาะลึกการวิเคราะห์โครงสร้างฟองสบู่ในตลาดปัจจุบัน โดยเพียงไม่กี่วันก็มีผู้ติดตามกว่า 90,000 คน สะท้อนว่าความเห็นของเขากำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง
สิ่งที่น่ากังวลคือในอดีตเคยมีตัวอย่างที่เสียงของนักลงทุนรายใหญ่เร่งให้บริษัทเกิดการล่มสลาย เช่น Jim Chanos กับกรณี Enron หรือ David Einhorn กับ Lehman Brothers แม้ปัญหาพื้นฐานจะมีอยู่จริง แต่ความสงสัยในตลาดที่ถูกเร่งด้วยเสียงของผู้มีอิทธิพลทำให้เกิดวิกฤติเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คำถามที่กำลังค้างคาในตลาดคือ เสียงเตือนของ Burry ครั้งนี้จะเป็นเพียงมุมมองของ “permabear” ตามที่ถูกวิจารณ์มาหลายปี หรือจะเป็นชนวนที่ทำให้ตลาดเริ่มตื่นกลัวและเกิดแรงขายจำนวนมาก จนกลายเป็นการสั่นคลอนรากฐานของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ที่มา: TechCrunch