Counterpoint Research ระบุยอดขายผ่านถึงผู้ใช้จริงของ Apple เติบโต 12% ในเดือนตุลาคม 2025 โดย iPhone 17 ซีรีส์ทำผลงานเหนือรุ่นก่อน ดัน Apple ใกล้ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของปี 2025
รายงานจาก Counterpoint Research ชี้ว่า Apple สร้างสถิติใหม่ด้วยส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนแบบขายผ่านถึงผู้ใช้จริง (sell-through) ที่ 24.2% ในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในรอบเดือนเดียว พร้อมกับยอดขายที่เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตครั้งนี้เกิดจากแรงหนุนหลักของ iPhone 17 ซีรีส์ และรอบอัปเกรดครั้งใหญ่ของผู้ใช้กลุ่มที่ซื้อ iPhone ช่วงโควิดในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ จีน และยุโรปตะวันตก

ตลอดหกสัปดาห์แรกของการจำหน่าย iPhone 17 ซีรีส์ ยอดขายทำได้ดีกว่า iPhone 16 ซีรีส์ของปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในหลายประเทศ เช่น สหรัฐเพิ่ม 11% จีนเพิ่ม 47% และญี่ปุ่นเพิ่ม 8% โดยรุ่นที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดคือ iPhone 17 รุ่นพื้นฐาน ซึ่งให้ฟีเจอร์ระดับ Pro เช่นหน้าจอ กล้อง และประสิทธิภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า
ขณะที่รุ่น iPhone Air ทำผลงานต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากยังไม่วางขายในจีนในช่วงเดือนตุลาคม ส่วนรุ่น Pro ทั้งหมดมียอดขายดีต่อเนื่องจากการปรับปรุงเรื่องระบบระบายความร้อน กล้อง และประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้ระดับ power-user
จีนถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเดือนตุลาคม โดยทุกรุ่นของ iPhone 17 ที่วางขายสามารถทำผลงานได้ดี Ivan Lam นักวิเคราะห์ของ Counterpoint ระบุว่า แรงส่งส่วนหนึ่งมาจากฤดูกาลอัปเกรดของผู้ใช้ยุคโควิด รวมถึงช่วงเทศกาล Mid-Autumn ที่ยืดออกมาถึงเดือนตุลาคม และแคมเปญ 11.11 ที่เริ่มเร็วกว่าปีก่อน

Varun Mishra นักวิเคราะห์อีกคนให้ความเห็นว่า Apple อยู่ในจังหวะที่มีปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งรอบอัปเกรดในตลาดหลัก การเติบโตของตลาดพรีเมียม การขยายตัวในตลาดเกิดใหม่ และการมีพอร์ตสินค้าที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 16e หรือรุ่นเก่าหลายรุ่นที่วางขายในราคาต่ำลง ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ใหม่ได้มากกว่าเดิม
Jeff Fieldhack ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยให้มุมมองว่า Apple มีแนวโน้มปิดปี 2025 ด้วยสถิติใหม่ของไตรมาส 4 จากแรงหนุนของ iPhone 17 ซีรีส์ ประกอบกับฤดูกาลโปรโมชันใหญ่ เช่น Black Friday, Singles Day และช่วงเทศกาลปลายปี ทั้งหมดมีส่วนช่วยให้ Apple อาจกลายเป็น แบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของปี 2025 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 และมีโอกาสรักษาตำแหน่งนี้ไปจนถึงปี 2029
ที่มา: Counterpoint Research
Leave a Reply