เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ต่อการอัปเดต iOS 26 ประเด็นฟีเจอร์ Liquid Glass ความเร็ว, การใช้พลังงานและความเสถียรของระบบ อาจทำให้ผู้ใช้ชะลอการอัปเดต

iOS 26 logo

บทวิเคราะห์อัตราการติดตั้ง iOS 26: ปัจจัยด้านความซับซ้อนของฟีเจอร์ใหม่และผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งาน iPhone


รายงานล่าสุดจาก Ars Technica ได้ทำการวิเคราะห์แนวโน้มการอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 26 ของผู้ใช้งาน iPhone หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่นั้นมีความล่าช้ากว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือฟีเจอร์ Liquid Glass ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ Apple นำเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลและอินเทอร์เฟซผู้ใช้งาน แต่กลับสร้างความกังวลในกลุ่มผู้บริโภคบางส่วนเกี่ยวกับความเสถียรและทรัพยากรที่ต้องใช้

iOS 26

ประเด็นสำคัญและข้อมูลจากการสำรวจ

  • อัตราการติดตั้ง (Adoption Rate): ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าอัตราการอัปเดต iOS 26 ต่ำกว่า iOS 25 อยู่ประมาณ 12% ในช่วง 30 วันแรกหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกที่จะรอคอยการประกาศอัปเดตย่อย (Point Release) เพื่อความมั่นใจในด้านความปลอดภัย
  • ปัจจัยด้าน Liquid Glass: ฟีเจอร์ Liquid Glass ซึ่งต้องการการประมวลผลผ่านชิป A18 Pro และ A19 เป็นหลัก ถูกมองว่ามีความซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-8% ในกลุ่มผู้ใช้เครื่องรุ่นเก่าที่รองรับฟีเจอร์นี้
  • ข้อจำกัดด้านอุปกรณ์: รายงานระบุว่าผู้ใช้เครื่องรุ่น iPhone 14 Pro ลงไปเริ่มมีความกังวลว่าฮาร์ดแวร์เดิมอาจไม่สามารถทำงานร่วมกับฟีเจอร์ระดับสูงใน iOS 26 ได้อย่างลื่นไหล ส่งผลให้มีการชะลอการติดตั้งออกไปจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันประสิทธิภาพที่ชัดเจน
  • การจัดการข้อผิดพลาด (Bugs): มีการระบุถึงปัญหาในส่วนของ Neural Engine ที่ส่งผลต่อระบบการแจ้งเตือนและการทำงานของแอปพลิเคชันจากผู้พัฒนาภายนอก (Third-party apps) ซึ่งเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ที่ผู้ใช้ระบุในผลสำรวจว่ามีผลต่อการตัดสินใจไม่อัปเดตในทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ระบุว่าความซับซ้อนของระบบปฏิบัติการที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ทำให้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ (Quality Assurance) มีความท้าทายมากขึ้น สำหรับ iOS 26 นั้น ความต้องการฮาร์ดแวร์ที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการก้าวข้ามผ่านไปสู่ยุคการประมวลผลเชิงซ้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการใช้งานระหว่างเครื่องรุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม Apple มีแผนที่จะปล่อยตัวอัปเดต iOS 26.1 ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจัดการพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Liquid Glass ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้อัตราการติดตั้งขยับตัวสูงขึ้นตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้

Liquid Glass คือเทคโนโลยีการแสดงผลรูปแบบใหม่ที่เน้นความลื่นไหลของหน้าจอ โดยการนำระบบ AI (Neural Engine) เข้ามาช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวของภาพและการตอบสนองต่อการสัมผัส ให้มีความรวดเร็วและดูนุ่มนวลเหมือนการเคลื่อนที่ของของเหลว ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานหน้าจอให้ดูทันสมัยและสมจริงยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากต้องใช้การประมวลผลที่สูง จึงจำกัดการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพเฉพาะในอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป A18 Pro หรือ A19 เท่านั้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องการใช้พลังงานแบตเตอรี่ในอุปกรณ์รุ่นก่อนหน้า

ที่มา: Ars Technica

About modify 6613 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.