วิกฤตชิป AI ดันราคา CPU Intel ในจีนพุ่งกว่า 10% หลังสินค้าขาดตลาด ขณะที่ AMD ต้องรอนานถึง 10 สัปดาห์
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวพิเศษโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปประมวลผลอย่าง Intel และ AMD ได้แจ้งเตือนลูกค้าในประเทศจีนเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนหน่วยประมวลผลกลางสำหรับเซิร์ฟเวอร์ (Server CPUs) อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าระยะเวลารอคอยสินค้า (Lead Times) อาจยาวนานกว่าปกติอย่างมาก ซึ่งเป็นผลกระทบลูกโซ่จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงขึ้น

สถานการณ์ความล่าช้าและผลกระทบด้านราคาในตลาดจีนมีรายละเอียดดังนี้
- Intel: ได้แจ้งเตือนว่าการส่งมอบสินค้าอาจต้องใช้เวลา นานสูงสุดถึง 6 เดือน โดยเฉพาะซีพียูรุ่น Xeon Gen 4 และ Gen 5 ที่ขาดแคลนอย่างหนักจนต้องมีการปันส่วนสินค้า (Rationing) ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มเซิร์ฟเวอร์ของ Intel ในจีนปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ย มากกว่า 10% (ราคาอาจแตกต่างกันตามสัญญาของลูกค้าแต่ละราย)
- AMD: ได้แจ้งลูกค้าถึงข้อจำกัดด้านอุปทานเช่นกัน โดยระยะเวลารอคอยสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์บางรุ่นได้ขยายออกไปเป็น 8 ถึง 10 สัปดาห์
สาเหตุหลักของวิกฤตการขาดแคลน
การขาดแคลน CPU ในครั้งนี้เกิดจากปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน ได้แก่
- กระแส AI Infrastructure: การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ทำให้เกิดความต้องการชิปอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่ชิป AI แต่รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทาน
- ปัญหาการผลิต: Intel กำลังเผชิญกับความท้าทายเรื่องอัตราผลตอบแทนการผลิต (Yield Challenges) ในขณะที่ AMD ซึ่งจ้างผลิตผ่าน TSMC ก็ได้รับผลกระทบจากการที่โรงงานต้องจัดลำดับความสำคัญให้กับการผลิตชิป AI ก่อน ทำให้เหลือพื้นที่การผลิตสำหรับ CPU จำกัด
- Agentic AI: ความต้องการระบบ AI แบบตัวแทน (Agentic AI) ที่ทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอนต้องใช้พลังการประมวลผลของ CPU มากกว่างานทั่วไป ส่งผลให้ความต้องการชิปพุ่งสูงขึ้น
- กลยุทธ์การซื้อเพื่อล็อกราคา: การพุ่งขึ้นของราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) ทำให้ลูกค้าเร่งสั่งซื้อ CPU เพื่อล็อกต้นทุนรวมของเซิร์ฟเวอร์ไว้ก่อนที่ราคาจะดีดตัวขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ Intel ได้ยอมรับถึงข้อจำกัดดังกล่าวในแถลงการณ์ โดยระบุว่าสินค้าคงคลังจะอยู่ในระดับต่ำที่สุดในไตรมาสที่ 1 แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ในขณะที่ AMD ยืนยันความมั่นใจในการจัดหาผลิตภัณฑ์ผ่านพันธมิตรอย่าง TSMC เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้ารายใหญ่ในจีนอย่าง Alibaba และ Tencent
ที่มา: Reuters
Leave a Reply